ประกาศประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารบ้านพักอาศัย 2 ชั้น จำนวน 3 หลัง (e-bidding)

ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

เรื่อง  ประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารบ้านพักอาศัย  2  ชั้น  ตำบลหนองปากโลง  อำเภอเมือง 

จังหวัดนครปฐม  จำนวน  3  หลัง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์  (e-bidding)

……………………..……………………........

 

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารบ้านพักอาศัย  2 ชั้น ตำบลหนองปากโลง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม  จำนวน 3 หลัง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์  (e-bidding)

 

ราคากลางของงานก่อสร้างในการประกวดราคาครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 19,999,900  บาท  (สิบเก้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยบาทถ้วน)

 

ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติ  ดังต่อไปนี้

1.     เป็นนิติบุคคล  และเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 

2.       ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว

3.     ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม  ณ  วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์  หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้

4.     ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน  ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย  เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น

5.     ไม่เป็นผู้ที่ถูกประเมินสิทธิผู้เสนอราคาในสถานะที่ห้ามเข้าเสนอราคาและห้ามทำสัญญาตามที่  กวพ. กำหนด

6.     ต้องมีผลงานรับจ้างที่มีลักษณะเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า  9,000,000 บาท (เก้าล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ  หน่วยงานอื่นของรัฐ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้  และต้องส่งเอกสารสำเนาคู่สัญญา และหนังสือรับรองผลงานซึ่งเป็นงานเดียวกันกับสำเนาคู่สัญญาดังกล่าวที่ออกให้โดยหน่วยงานผู้ว่าจ้างยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์  กรณีที่เป็นผลงานเอกชน  ถ้าไม่มีคู่สัญญาให้แนบสำเนาหลักฐานการเสียภาษีของงานนั้นจากสรรพากรแทo

7.     บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ

8.     บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐ  ซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์  (e-Government  Procurement : e-GP)  ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

9.     คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร  เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้

 

กำหนดยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่  10  พฤษภาคม  2559  ระหว่างเวลา  08.30 – 16.30  น.

 

ผู้สนใจสามารถซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในราคาชุดละ 1,500 บาท ได้ทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ก่อนการเสนอราคาระหว่างวันที่ 18 เมษายน 2559 ถึงวันที่  25  เมษายน  2559  ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.npru.ac.th หรือ www.gprocurement.go.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0 3410 9300 ต่อ 3559-60 และหมายเลข 0 3426 1078  ในวันและเวลาราชการ

 

ประกาศ  ณ  วันที่  18  เมษายน  พ.ศ. 2559

 

 

                                                       (อาจารย์  ดร.วิรัตน์  ปิ่นแก้ว)

                                                  รองอธิการบดี  ปฏิบัติราชการแทน

                                               อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม




เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์  (e-bidding) 

เลขที่  7/2559

การจ้างเหมาก่อสร้างอาคารบ้านพักอาศัย  2  ชั้น  ตำบลหนองปากโลง  

อำเภอเมือง  จังหวัดนครปฐม  จำนวน  3  หลัง

 ตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 

ลงวันที่  18  เมษายน  2559

…………………………………………..……………………………..

 

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม  ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “มหาวิทยาลัย”  มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ตำบลหนองปากโลง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม   จำนวน  3  หลัง  ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์  (e-bidding)  ณ  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม  โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้

 

1. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา

1.1 แบบรูปรายการละเอียด

1.2 แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์

1.3 แบบสัญญาจ้าง

1.4 แบบหนังสือค้ำประกัน

(1) หลักประกันการเสนอราคา

(2) หลักประกันสัญญา

1.5 สูตรการปรับราคา

1.6 บทนิยาม

(1) ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

(2) การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

1.7 แบบบัญชีเอกสาร

(1) บัญชีเอกสารส่วนที่  1

(2) บัญชีเอกสารส่วนที่  2

1.8 รายละเอียดการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างตาม  BOQ  (Bill  of  Quantities)  (รายละเอียดการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างเป็นการเปิดเผยเพื่อให้ผู้ประสงค์จะยื่นข้อเสนอได้รู้ข้อมูลได้เท่าเทียมกันและเพื่อให้ประชาชนตรวจดูได้)

         

2.  คุณสมบัติของผู้เสนอราคา 

2.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคล  และเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว

2.2     ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อ

แล้ว  หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ

2.3     ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น  ณ  วันประกาศประกวด

ราคาอิเล็กทรอนิกส์  หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม  ตามข้อ  1.6

2.4 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน  ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย  เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น

2.5 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกประเมินสิทธิผู้เสนอราคาในสถานะที่ห้ามเข้าเสนอราคาและห้ามทำสัญญาตามที่  กวพ. กำหนด

2.6 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานรับจ้างที่มีลักษณะเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 9,000,000  บาท  (เก้าล้านบาทถ้วน)  ต่อหนึ่งสัญญา  เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ  หน่วยงานอื่นของรัฐ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น  รัฐวิสาหกิจ  หรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้  และต้องส่งเอกสารสำเนาคู่สัญญา และหนังสือรับรองผลงานซึ่งเป็นงานเดียวกันกับสำเนาคู่สัญญาดังกล่าวที่ออกให้โดยหน่วยงานผู้ว่าจ้างยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์  กรณีที่เป็นผลงานเอกชน  ถ้าไม่มีคู่สัญญาให้แนบสำเนาหลักฐานการเสียภาษีของงานนั้นจากสรรพากรแทน

2.7 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ

2.8   บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐ  ซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วย

ระบบอิเล็กทรอนิกส์  (e-Government  Procurement : e-GP)  ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

2.9 คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร  เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้

 

3.  หลักฐานการยื่นข้อเสนอ

ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์  โดยแยกเป็น  2  ส่วน  คือ

3.1 ส่วนที่  1  อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นนิติบุคคล

(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด  ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล  บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ  ผู้มีอำนาจควบคุม  (ถ้ามี)  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด  ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล  หนังสือบริคณห์สนธิ  บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ  ผู้มีอำนาจควบคุม  (ถ้ามี)  และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

(2) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น  สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน  พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง

(3) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้เสนอราคาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า  และในกรณีที่ผู้เข้าร่วมค้าฝ่ายใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิใช่สัญชาติไทยก็ให้ยื่นสำเนาหนังสือเดินทาง  หรือผู้ร่วมค้าฝ่ายใดเป็นนิติบุคคลให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1)

(4) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์,  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

(5) บัญชีเอกสารส่วนที่  1  ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์  ตามแบบในข้อ  1.7 (1)

3.2 ส่วนที่  2  อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้

(1) หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอำนาจให้บุคคลอื่นลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์  หรือหลักฐานแสดงตัวตนของผู้เสนอราคาในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์  แทน

(2) หลักประกันการเสนอราคา  ตามข้อ  5

(3) บัญชีรายการก่อสร้าง  (หรือใบแจ้งปริมาณงาน)  ซึ่งจะต้องแสดงรายการวัสดุ  อุปกรณ์  ค่าแรงงาน  ภาษีประเภทต่างๆ  รวมทั้งกำไรไว้ด้วย

(4) สำเนาคู่สัญญา, หนังสือรับรองผลงาน, หลักฐานการเสียภาษีอากรจากสรรพากร  (กรณีเป็นผลงานเอกชน)

(5) บัญชีเอกสารส่วนที่  2  ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์  ตามแบบในข้อ  1.7 (2)

 

4.  การเสนอราคา

4.1  ผู้เสนอราคาต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้  โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ  ทั้งสิ้น  และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน  ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์  หรือหลักฐานแสดงตัวตนของผู้เสนอราคา  โดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ  PDF  File  (Portable  Document  Format) 

4.2 ผู้เสนอราคาจะต้องกรอกปริมาณวัสดุและราคาในบัญชีรายการก่อสร้างให้ครบถ้วน

    ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาเพียงราคาเดียวโดยเสนอราคารวมและหรือราคาต่อหน่วย  และหรือราคาต่อรายการ  ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายใบเสนอราคาให้ถูกต้อง  โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม  ภาษีอากรอื่นๆ  และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว

ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 120 วัน  นับแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา  ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้  และจะถอนการเสนอราคามิได้

4.3 ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไม่เกิน  390  วัน  นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

4.4 ก่อนการเสนอราคา  ผู้เสนอราคาควรตรวจดูร่างสัญญา  แบบรูป  และรายละเอียด ฯลฯ  ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์

4.5 ผู้เสนอราคาจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่  10  พฤษภาคม  2559  ระหว่างเวลา  08.30 – 16.30  น.

เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอแล้ว  จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอใดๆ  โดยเด็ดขาด

คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาแต่ละรายว่าเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น  ตามข้อ  1.6 (1)  ณ  วันประกาศประกวดราคาหรือไม่

หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ก่อนหรือในขณะที่มีการพิจารณาข้อเสนอว่า  มีผู้เสนอราคารายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมตามข้อ  1.6 (2)  และคณะกรรมการฯ  เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม  คณะกรรมการฯ  จะตัดรายชื่อผู้เสนอราคารายนั้นออกจากการเป็นผู้เสนอราคา  และมหาวิทยาลัยจะพิจารณาลงโทษผู้เสนอราคาดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน  เว้นแต่คณะกรรมการฯ  จะวินิจฉัยได้ว่าผู้เสนอราคารายนั้นเป็นผู้ที่ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของทางราชการและมิได้เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าว

ผู้เสนอราคาที่ถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เสนอราคา  เพราะเหตุเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น  ณ  วันประกาศประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์  หรือเป็นผู้เสนอราคาที่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม  อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อปลัดกระทรวงภายใน  3  วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากส่วนราชการ  การวินิจฉัยอุทธรณ์ของปลัดกระทรวงให้ถือเป็นที่สุด

ในกรณีที่ปลัดกระทรวงพิจารณาเห็นด้วยกับคำคัดค้านของผู้อุทธรณ์และเห็นว่าการยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอราคาที่ได้ดำเนินการไปแล้วจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่งให้ปลัดกระทรวงมีอำนาจยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอราคาดังกล่าวได้

4.6 ผู้เสนอราคาจะต้องปฏิบัติ  ดังนี้

(1) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์

(2) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม  และภาษีอื่นๆ  (ถ้ามี)  รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว

(3) ผู้เสนอราคาจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา  ตามวัน  เวลา  ที่กำหนด

(4) ห้ามผู้เสนอราคาถอนการเสนอราคา

(5) ผู้เสนอราคาสามารถศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์  ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์  www.gprocurement.go.th

 

5. หลักประกันการเสนอราคา

ผู้เสนอราคาต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์  โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน 999,995 บาท (เก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบห้าบาทถ้วน)

5.1 หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศตามแบบหนังสือค้ำประกันดังระบุในข้อ 1.4 (1)

5.2 เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม โดยเป็นเช็คลงวันที่ที่ยื่นการเสนอราคาทางระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์  หรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน  3  วันทำการของทางธนาคาร

5.3 พันธบัตรรัฐบาลไทย

กรณีที่ผู้เสนอราคานำเช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายหรือพันธบัตรรัฐบาลไทย  มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้ส่วนราชการตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ 17 พฤษภาคม  2559 ระหว่างเวลา  08.30 – 16.30  น.

หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้  มหาวิทยาลัยจะคืนให้ผู้เสนอราคาหรือผู้ค้ำประกันภายใน  15  วัน  นับถัดจากวันที่ได้พิจารณาในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว  เว้นแต่ผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้ 3 ลำดับแรก จะคืนให้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลงหรือเมื่อผู้เสนอราคาได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว

การคืนหลักประกันการเสนอราคา  ไม่ว่าในกรณีใดๆ  จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย

 

6. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา

6.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้  มหาวิทยาลัยจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา  และจะพิจารณาจากราคารวม

6.2 หากผู้เสนอราคารายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ  2  หรือยื่นหลักฐานการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง  หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ  3  หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ  4  แล้ว  คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอรายนั้น  เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเพียงเล็กน้อย  หรือผิดแผกไปจากเงื่อนไขของเอกสารประกวดราคาด้วยวิธียื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ  ทั้งนี้  เฉพาะในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยเท่านั้น

6.3 มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้เสนอราคาโดยไม่มีการผ่อนผัน  ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ไม่ปรากฏชื่อผู้เสนอราคารายนั้นในบัญชีผู้รับเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทางระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์  หรือบัญชีรายชื่อผู้ซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทางระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัย

(2) ไม่กรอกชื่อนิติบุคคล  (บุคคลธรรมดา)  หรือลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งหมดในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์

(3) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ  หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้เสนอราคารายอื่น

6.4 ในการตัดสินการประกวดราคาหรือในการทำสัญญา  คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือมหาวิทยาลัยมีสิทธิให้ผู้เสนอราคาชี้แจงข้อเท็จจริง  สภาพ  ฐานะ  หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้เสนอราคาได้  มหาวิทยาลัยมีสิทธิที่จะไม่รับราคาหรือไม่ทำสัญญา  หากหลักฐานดังกล่าวไม่มีความเหมาะสม  หรือไม่ถูกต้อง

6.5 มหาวิทยาลัยทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด  หรือราคาหนึ่งราคาใด  หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน  หรือขนาด  หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด  หรืออาจจะยกเลิกการ

ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์  โดยไม่พิจารณาจัดซื้อเลยก็ได้  สุดแต่จะพิจารณา  ทั้งนี้  เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ  และให้ถือว่าการตัดสินของมหาวิทยาลัยเป็นเด็ดขาด  ผู้เสนอราคาจะเรียกร้องค่าเสียหาย

ใดๆ  มิได้  รวมทั้งมหาวิทยาลัยจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้เสนอราคาเป็นผู้ทิ้งงาน  ไม่ว่าจะเป็นผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม  หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการยื่นเสนอราคากระทำการโดยไม่สุจริต  เช่น  การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ  หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา  หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน  เป็นต้น

6.6 ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลักจากการพิจารณาข้อเสนอว่า  ผู้เสนอราคาที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น  หรือเป็นผู้เสนอราคาที่กระทำการอัน

เป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม  ตามข้อ  1.5  มหาวิทยาลัยมีอำนาจที่จะตัดรายชื่อผู้เสนอราคาที่ได้รับคัดเลือกรายดังกล่าวออก  และมหาวิทยาลัยจะพิจารณาลงโทษผู้เสนอราคารายนั้นเป็นผู้ทิ้งงาน

ในกรณีนี้หากปลัดกระทรวงพิจารณาเห็นว่าการยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอราคาที่ได้ดำเนินการไปแล้วจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง  ปลัดกระทรวงมีอำนาจยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอราคาดังกล่าวได้

 

7. การทำสัญญาจ้าง

ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุในข้อ 1.3 กับมหาวิทยาลัยภายใน  7  วันทำการ  นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง  และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ  5  ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้  ให้มหาวิทยาลัยยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา  โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

(1) เงินสด

(2) เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม  ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ทำสัญญา หรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน  3  วันทำการของทางราชการ

(3) หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศ  ตามแบบหนังสือค้ำประกัน  ดังระบุในข้อ  1.4 (2)

(4) หนังสือค้ำประกันของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย  ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ส่วนราชการต่างๆ  ทราบแล้ว  โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่  กวพ. กำหนด    

(5) พันธบัตรรัฐบาลไทย

หลักประกันนี้มหาวิทยาลัยจะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน  15  วัน  นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ  (ผู้รับจ้าง)  พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว

 

8. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน

มหาวิทยาลัยจะจ่ายเงินค่าจ้างโดยแบ่งออกเป็น  12  งวด  ดังนี้

งวดที่  1  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ  8.5  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน  ดังนี้

-       ตอกเสาเข็มแล้วเสร็จ

-       สกัดหัวเสาเข็มแล้วเสร็จ

-       หล่อฐานราก ค.ส.ล., หล่อเสาตอม่อ ค.ส.ล. ทั้งหมดแล้วเสร็จ 

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  45 วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่  2  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ 8.5  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน  ดังนี้

-          หล่อคานและพื้น ค.ส.ล. ชั้นที่ 1 ทั้งหมดแล้วเสร็จ

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  75 วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่  3  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ 8.5  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          หล่อเสา ค.ส.ล. รับคานชั้นที่ 2  แล้วเสร็จ

-          หล่อบันได ค.ส.ล. ขึ้นชั้นที่ 1 ทั้งหมดแล้วเสร็จ     

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  105  วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่  4  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ  8.5  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          หล่อคานและพื้น ค.ส.ล. ชั้นที่ 2 ทั้งหมดแล้วเสร็จ

        ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  135  วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่  5  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ  8.5  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          หล่อเสา ค.ส.ล. รับโครงหลังคาแล้วเสร็จ

-          หล่อบันได ค.ส.ล. ขึ้นชั้นที่ 2 ทั้งหมดแล้วเสร็จ

        ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  165  วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่  6  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ  8.5  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          ก่อสร้างโครงหลังคาพร้อมมุงหลังคาแล้วเสร็จ

-          ก่อสร้างพื้น คสล. วางบนดินด้านหน้า  และหลังอาคารแล้วเสร็จ

-          ก่อสร้างส่วนต่างๆ ที่เหลือ ของงานโครงสร้าง  ทั้งหมดแล้วเสร็จ      

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  195  วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่  7  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ  5  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          เดินท่อประปา  ท่อเครื่องสุขภัณฑ์  วางถังบำบัดน้ำเสียแล้วเสร็จ

-          ก่ออิฐผนังแล้วเสร็จ

-          หล่อคอนกรีตเสาเอ็นและเอ็นทับหลัง  ทั้งหมดแล้วเสร็จ

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  225  วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่  8  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ  4  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          ฉาบปูนภายในภายนอกในส่วนที่ต้องฉาบแล้วเสร็จ

-          เดินท่อร้อยสายระบบไฟฟ้าทั้งหมดแล้วเสร็จ

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  255  วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่  9  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ  7  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          ติดตั้งโครงเคร่าฝ้าเพดานแล้วเสร็จ

-          ทำระบบระบายน้ำพร้อมบ่อพัก ค.ส.ล ทั้งหมดแล้วเสร็จ

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  285  วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่  10  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ  8  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          ตกแต่งผนังและผิวพื้นปูกระเบื้องทั้งหมดแล้วเสร็จ

-          ตกแต่งผิวพื้นซีเมนต์ทั้งหมดแล้วเสร็จ

-          ฉาบปูนบัวปูนปั้นส่วนต่างๆ ทั้งหมดแล้วเสร็จ

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  315  วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่ 11  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ 10  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          ติดตั้งประตู-หน้าต่าง อลูมิเนียมพร้อมอุปกรณ์ (ยกเว้นกระจก) ประตูเหล็กแล้วเสร็จ

-          ตกแต่งบันได ราวบันได ราวกันตก ระเบียงแล้วเสร็จ

-          ทำการร้อยสายระบบไฟฟ้าแล้วเสร็0

-          ติดตั้งแผ่นฝ้าเพดานแล้วเสร็จ ติดตั้ง ประตู-หน้าต่างตามแบบรูปรายการ ทั้งหมดแล้วเสร็จ

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  345  วัน  นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

งวดที่ 12  (งวดสุดท้าย)  จะจ่ายค่าจ้างให้จำนวนร้อยละ 15  เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

-          ติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์ พร้อมอุปกรณ์ประกอบห้องน้ำ-ห้องส้วมแล้วเสร็จ 

-          ติดตั้งดวงโคมไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์ ทั้งหมดแล้วเสร็จ 

-          ทาสีตกแต่งส่วนต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกในส่วนที่ต้องทาแล้วเสร็จ

-          ติดตั้งระบบเรียบร้อยถูกต้องครบถ้วนทั้งหมดตามที่ปรากฏในแบบ  รูปแบบรายการประกอบแบบรายการก่อสร้างและสัญญาทุกประการ

-          เก็บงานที่ต้องแก้ไขจากงวดอื่นๆ  ให้แล้วเสร็จ

-          ทำการทดสอบระบบต่างๆ จนใช้การได้เรียบร้อยสมบูรณ์

-          ดำเนินการงานส่วนที่เหลืออื่นๆ ทั้งหมดตามแบบรูปรายการ รายการประกอบแบบ และสัญญาจ้างแล้วเสร็จทุกประการ

-          นำส่ง As-built Drawing, คู่มือการใช้งานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง

-          ทำความสะอาดบริเวณงานก่อสร้างแล้วเสร็จ

ระยะเวลาดำเนินการภายในกำหนดเวลา  390 วัน นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

 

หมายเหตุ: ผู้รับจ้างสามารถส่งมอบงานข้ามงวดได้หากเนื้องานในงวดนั้นเป็นอิสระไม่เกี่ยวเนื่องกับงานงวดอื่น

 

9. อัตราค่าปรับ

ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างข้อ  17  จะกำหนดในอัตราร้อยละ  0.1  ของค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน

 

10. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง

ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือหรือทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ  1.3  แล้วแต่กรณี  จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยว่า  2  ปี  นับถัดจากวันที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบงาน  โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน  7  วัน  นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง

 

11. ข้อสงวนสิทธิในการยื่นข้อเสนอและอื่นๆ

11.1 เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ได้มาจาก เงินรายได้มหาวิทยาลัย

ราคากลางของงานก่อสร้างในการประกวดราคาครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 19,999,900  บาท   (สิบเก้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยบาทถ้วน)

11.2 เมื่อมหาวิทยาลัยได้คัดเลือกผู้เสนอราคารายใดให้เป็นผู้รับจ้าง  และได้ตกลงจ้างตามที่ได้ประกวดราคาโดยการยื่นข้อเสนอทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว  ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ  และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่  และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด  ผู้เสนอราคาซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี  ดังนี้

(1) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรมเจ้าท่าภายใน 7 วัน  นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ  เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  ประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นใด

(2) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย  เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า  ให้บรรทุกสิ่งของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย  ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น  หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น

(3) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม  (1)  หรือ  (2)  ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี

11.3 ผู้เสนอราคาซึ่งมหาวิทยาลัยได้คัดเลือกแล้วไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่ทางราชการกำหนด  ดังระบุไว้ในข้อ  7  มหาวิทยาลัยจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอหรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำ

ประกันการยื่นข้อเสนอทันทีและอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น  (ถ้ามี)  รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ

11.4 มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข  หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด  (ถ้ามี)

 

12. การปรับราคาค่างานก่อสร้าง

การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามสูตรการปรับราคาดังระบุในข้อ 1.5 จะนำมาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลงหรือเพิ่มขึ้น  โดยวิธีการต่อไปนี้

ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์  สูตรและวิธีคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่  22  สิงหาคม  2532  เรื่อง  การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง  ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ที่  นร  0203/ว 109  ลงวันที่  24  สิงหาคม  2532

 

13. มาตรฐานฝีมือช่าง

  เมื่อมหาวิทยาลัยได้คัดเลือกผู้เสนอราคารายใดให้เป็นผู้รับจ้างและได้ตกลงจ้างก่อสร้างตามประกาศนี้แล้ว  ผู้เสนอราคาจะต้องตกลงว่าในการปฏิบัติงานก่อสร้างดังกล่าว  ผู้เสนอราคาจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างจากจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้  ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ  5  ของแต่ละสาขาช่างจำนวนอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่าง  ดังต่อไปนี้

13.1 วิศวกรโยธา                               ระดับภาคีวิศวกร  หรือระดับสูงกว่า

13.2 วิศวกรไฟฟ้า                               ระดับภาคีวิศวกร  หรือระดับสูงกว่า

13.3 ช่างก่อสร้าง                               ระดับไม่ต่ำกว่า  วุฒิ  ปวส.

13.4 ช่างไฟฟ้า                                 ระดับไม่ต่ำกว่า  วุฒิ  ปวส.

 

14. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ

ในระหว่างระยะเวลาการก่อสร้างผู้รับจ้างพึงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด

 

สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม หรือข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น โดยเปิดเผย

          1.  ทางไปรษณีย์  เรียน   อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

                                       มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม  85 หมู่ 3 ถนนมาลัยแมน

                                      ตำบลนครปฐม  อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 73000

          2. ทางโทรศัพท์ 0 3410 9300 ต่อ 3559-60  โทรสาร  0  3426 1078

 

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

18  เมษายน  2559

___________________________________________________________________________


วันที่ 18 เมษายน 2559 เวลา 09:05 น.