สอบราคาซื้อครุภัณฑ์การศึกษา จำนวน 3 รายการ
ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
เรื่อง สอบราคาซื้อครุภัณฑ์การศึกษา จำนวน 3 รายการ
……………………..……………………........
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมีความประสงค์จะสอบราคาซื้อครุภัณฑ์การศึกษา จำนวน 3 รายการ วงเงิน 1,521,700 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนสองหมื่นหนึ่งพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน) ของสาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยงบประมาณแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ตามรายการดังนี้
1. อ่างควบคุมอุณหภูมิ ตำบลนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
จำนวน 3 เครื่อง
2. เครื่องทดสอบวัสดุแบบเอนกประสงค์ ตำบลนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม
จังหวัดนครปฐม จำนวน 1 เครื่อง
3. เครื่องรีดยางชนิดสองลูกกลิ้ง ตำบลนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
จำนวน 1 เครื่อง
ทั้งนี้ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ ต่อเมื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมได้รับอนุมัติเงินค่าพัสดุจากงบประมาณประจำปีแล้วเท่านั้น
ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
1. เป็นนิติบุคคล และเป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุที่สอบราคาซื้อ
2. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
3. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
4. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น ณ วันประกาศสอบราคาหรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
5. บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
6. บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
7. คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
กำหนดยื่นซองเสนอราคาระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ในวันและเวลาราชการ (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ งานพัสดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และกำหนดเปิดซองสอบราคาในวันที่ 19 ตุลาคม 2558 เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป
ผู้สนใจติดต่อขอรับเอกสารสอบราคาได้ที่งานพัสดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ตั้งแต่วันที่5 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0 3410 9300 ต่อ 3559-60 และหมายเลข 0 3426 1078 ในวันและเวลาราชการ (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) หรือดูรายละเอียดทางเว็บไซต์ www.npru.ac.th หรือ www.gprocurement.go.th (ผู้สนใจขอรับเอกสารสอบราคาจะต้องนำสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์หรือสำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือมอบอำนาจ กรณีมิใช่ผู้มีอำนาจในการทำนิติกรรม มาแสดงด้วย)
ประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558
(อาจารย์ ดร.วิรัตน์ ปิ่นแก้ว)
รองอธิการบดี ปฏิบัติราชการแทน
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
เอกสารสอบราคาซื้อ เลขที่
ซ.6/2559
สอบราคาซื้อครุภัณฑ์การศึกษา จำนวน
3 รายการ
ตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
ลงวันที่ 5
ตุลาคม 2558
………………………………………………………………
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “มหาวิทยาลัย”
มีความประสงค์จะสอบราคา
ซื้อครุภัณฑ์การศึกษา จำนวน
3 รายการ ตามรายการดังนี้
1.
อ่างควบคุมอุณหภูมิ ตำบลนครปฐม
อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
จำนวน 3
เครื่อง
2.
เครื่องทดสอบวัสดุแบบเอนกประสงค์ ตำบลนครปฐม
อำเภอเมืองนครปฐม
จังหวัดนครปฐม จำนวน 1
เครื่อง
3.
เครื่องรีดยางชนิดสองลูกกลิ้ง ตำบลนครปฐม
อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
จำนวน 1 เครื่อง
ซึ่งพัสดุที่จะซื้อนี้ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน
ไม่เป็นของเก่าเก็บ
อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามข้อกำหนดไว้ในเอกสารสอบราคาฉบับนี้
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
1. เอกสารแนบท้ายเอกสารสอบราคา
1.1
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
1.2
แบบใบเสนอราคา
1.3
แบบหนังสือค้ำประกัน
- หลักประกันสัญญา
1.4
บทนิยาม
(1)
ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(2)
การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
1.5
แบบบัญชีเอกสาร
(1)
บัญชีเอกสารส่วนที่ 1
(2)
บัญชีเอกสารส่วนที่ 2
2. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
2.1 เป็นนิติบุคคล และเป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุที่สอบราคาซื้อ
2.2
เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ
และได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว
หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
2.3
ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น ณ
วันประกาศสอบราคาหรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ตามข้อ
1.4
2.4
ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
2.5
บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย
หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
-2-
2.6
บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
(e-Government
Procurement : e-GP)
ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
2.7
คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร
เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
3. หลักฐานการเสนอราคา
ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานใส่ซองปิดผนึกให้เรียบร้อย 1
ซอง และใบเสนอราคาใส่ซอง
ปิดผนึกให้เรียบร้อย 1
ซอง โดยยื่นพร้อมกันทั้ง 2 ซอง เอกสารหลักฐานมี 2
ส่วน คือ
3.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ผู้มีอำนาจควบคุม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(2)
ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
(ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
(3) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้ประสงค์จะเสนอราคาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า
ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า และในกรณีที่ผู้เข้าร่วมค้าฝ่ายใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิใช่สัญชาติไทย
ก็ให้ยื่นสำเนาหนังสือเดินทาง หรือผู้ร่วมค้าฝ่ายใดเป็นนิติบุคคลให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ใน
(1)
(4) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(5) บัญชีเอกสารส่วนที่
1 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา ตามแบบในข้อ 1.5 (1)
3.2
ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1)
แคตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามข้อ 4.4
(2) หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอำนาจให้บุคคลอื่นลงนามในใบเสนอราคาแทน
(3) บัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา ตามแบบในข้อ 1.5 (2)
4. การเสนอราคา
4.1 ผู้เสนอราคาต้องยื่นเสนอราคาตามแบบที่กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคานี้
โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วนลงลายมือชื่อของผู้เสนอราคาให้ชัดเจน จำนวนเงินที่เสนอต้องระบุตรงกันทั้งตัวเลขและตัวอักษร โดยไม่มีการขูดลบหรือแก้ไขหากมีการขูดลบตกเติมแก้ไข
เปลี่ยนแปลง จะต้องลงลายมือชื่อผู้เสนอราคาพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) กำกับไว้ด้วยทุกแห่ง
-3-
4.2
ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอราคาเป็นเงินบาท
และเสนอราคาเพียงราคาเดียว
โดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ
ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายใบเสนอราคาให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ
ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ
โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น
ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวง จนกระทั่งส่งมอบพัสดุให้ ณ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 60
วัน นับแต่วันเปิดซองใบเสนอราคาโดยภายในกำหนดยืนราคาผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้
4.3 ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอกำหนดเวลาส่งมอบพัสดุไม่เกิน 120
วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญาซื้อขาย
4.4
ผู้เสนอราคาจะต้องส่งแคตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์ที่เสนอ
ไปพร้อมใบเสนอราคาเพื่อประกอบการพิจารณาหลักฐานดังกล่าวนี้มหาวิทยาลัยฯ
จะยึดไว้เป็นเอกสารของทางราชการ
ผู้เสนอราคาจะต้องระบุยี่ห้อ และรุ่น
(ถ้ามี) ของผลิตภัณฑ์ที่เสนอราคาในรายการใบเสนอราคาให้ครบถ้วน
ในกรณีที่มีการลดราคาที่เสนอให้ผู้เสนอราคาเขียนระบุลงในใบเสนอราคา พร้อมลงนามและประทับตรา (ถ้ามี)
และทำเอกสารยืนยันการลดราคา
โดยระบุราคาที่ลดลงของแต่ละรายการ
ส่งถึงคณะกรรมการเปิดซองสอบราคา
สำหรับแคตตาล็อกที่แนบให้พิจารณา หากเป็นสำเนารูปถ่ายจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจทำนิติกรรมแทนนิติบุคคล
หากคณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคามีความประสงค์จะขอดูต้นฉบับแคตตาล็อก
ผู้เสนอราคาจะต้องนำต้นฉบับมาให้คณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคาตรวจสอบภายใน
3 วัน
4.5 ผู้เสนอราคาจะต้องส่งตัวอย่าง -
รายการ เพื่อใช้ในการตรวจทดลองหรือประกอบการพิจารณาและหรือประกอบสัญญา
ทั้งนี้
มหาวิทยาลัยฯ จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นแก่ตัวอย่างดังกล่าว ตัวอย่างที่เหลือหรือไม่ใช้แล้วมหาวิทยาลัยจะคืนให้แก่ผู้เสนอราคา
4.6 ก่อนยื่นซองสอบราคา ผู้เสนอราคาควรตรวจดูรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารสอบราคาทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นซองสอบราคาตามเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา
4.7 ผู้เสนอราคาจะต้องยื่นซองใบเสนอราคาที่ปิดผนึกซองเรียบร้อยจ่าหน้าซองถึงประธานคณะกรรมการ
เปิดซองสอบราคาซื้อครุภัณฑ์การศึกษา จำนวน
3 รายการ โดยระบุไว้ที่ซองว่า
“ใบเสนอราคาตามเอกสารสอบราคาเลขที่ ซ.6/2559” ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ 5
ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2558ตั้ งแต่เวลา 08.30 –16.30 น. ณ งานพัสดุ ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นซองสอบราคาแล้วจะไม่รับซองสอบราคาโดยเด็ดขาด
คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาแต่ละรายว่าเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นตามบทนิยาม
ข้อ 1.4 (1) ณ วันประกาศสอบราคาหรือไม่
และประกาศรายชื่อผู้เสนอราคาที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกก่อนการเปิดซองใบเสนอราคา
หากปรากฏต่อคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาก่อนหรือในขณะที่มีการเปิดซองสอบราคาว่ามีผู้เสนอราคากระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมตามบทนิยาม
ข้อ 1.4 (2) และคณะกรรมการฯ
เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการฯ
จะตัดรายชื่อผู้
เสนอราคารายนั้นออกจากการเป็นผู้เสนอราคา และประกาศรายชื่อผู้เสนอราคาที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกและจะพิจารณาลงโทษผู้เสนอราคาดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน
เว้นแต่คณะกรรมการฯ จะวินิจฉัยได้ว่าผู้เสนอราคา
-4-
รายนั้นเป็นผู้ที่ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของทางราชการและมิได้เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าว
คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจะเปิดซองใบเสนอราคาของผู้เสนอราคาที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกดังกล่าวข้างต้น
ณ งานพัสดุ ในวันที่ 19
ตุลาคม 2558 ตั้งแต่เวลา
10.30 น. เป็นต้นไป
การยื่นอุทธรณ์ตามวรรคห้าย่อมไม่เป็นเหตุให้มีการขยายระยะเวลาการเปิดซองใบเสนอราคา
เว้นแต่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นว่าการขยายระยะเวลาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่งและในกรณีที่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นด้วยกับคำคัดค้านของผู้อุทธรณ์
และเห็นว่าการยกเลิกการเปิดซองใบเสนอ
ราคาที่ได้ดำเนินการไปแล้วจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง ให้มหาวิทยาลัยฯ มีอำนาจยกเลิกการเปิดซองใบเสนอราคาดังกล่าวได้
5. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาราคา
5.1
ในการสอบราคาครั้งนี้มหาวิทยาลัยจะพิจารณาตัดสินด้วย ราคาต่อรายการ
โดยแต่ละรายการต้องไม่เกินวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้
5.2 หากผู้เสนอราคารายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ
2 หรือยื่นหลักฐานการเสนอราคาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามข้อ 3
หรือยื่นซองสอบราคาไม่ถูกต้องตามข้อ 4 แล้ว คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจะไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้น เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเพียงเล็กน้อย
หรือผิดพลาดไปจากเงื่อนไขของเอกสารสอบราคาในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ทั้งนี้
เฉพาะในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยฯ เท่านั้น
5.3
มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิไม่พิจารณาราคาของผู้เสนอราคาโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ไม่ปรากฏชื่อผู้เสนอราคารายนั้น ในบัญชีผู้รับเอกสารหรือในหลักฐานการรับเอกสารสอบราคาของมหาวิทยาลัยฯ
(2)
ไม่กรอกชื่อนิติบุคคล
หรือลงลายมือชื่อผู้เสนอราคาอย่างหนึ่งอย่างใด หรือทั้งหมดในใบเสนอราคา
(3)
เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารสอบราคาที่เป็นสาระสำคัญหรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้เสนอราคารายอื่น
(4)
ราคาที่เสนอมีการขูดลบ ตก เติม
แก้ไข เปลี่ยนแปลง โดยผู้เสนอราคามิได้ลายมือชื่อพร้อมประทับตรา
(ถ้ามี) กำกับไว้
5.4
ในการตัดสินการสอบราคาหรือในการทำสัญญาคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาหรือ มหาวิทยาลัยมีสิทธิให้ผู้เสนอราคาชี้แจงข้อเท็จจริง
สภาพ ฐานะ หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้เสนอราคาได้ มหาวิทยาลัยฯ
มีสิทธิที่จะไม่รับราคาหรือไม่ทำสัญญา
หากหลักฐานดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
5.5 มหาวิทยาลัยทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด
หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการสอบราคาโดยไม่พิจารณาจัดซื้อเลยก็ได้สุดแต่จะพิจารณา
ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ
และให้ถือว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยเป็นเด็ดขาด
ผู้เสนอราคาจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้
รวมทั้งมหาวิทยาลัยจะพิจารณายกเลิกการสอบราคาและลงโทษผู้เสนอราคาเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้เสนอราคาที่
ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ตาม
หากมีเหตุเชื่อได้ว่าการเสนอราคากระทำการโดยไม่สุจริต เช่น
การเสนอราคาอันเป็นเท็จ
หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมาเสนอราคาแทน เป็นต้น
-5-
5.6 ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังจากเปิดซองสอบราคาว่าผู้เสนอราคาที่เป็นผู้ชนะการสอบราคาเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น
ณ วันเปิดซองสอบราคา หรือเป็นผู้เสนอราคาที่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
มหาวิทยาลัยมีอำนาจที่จะตัดสิทธิผู้ชนะ
การสอบราคารายนั้น และมหาวิทยาลัยฯ จะพิจารณาลงโทษผู้เสนอราคารายนั้นเป็นผู้ทิ้งงาน แล้วเรียกผู้สอบราคาได้รายถัดไปมาตกลงราคา
6. การทำสัญญาชื้อขาย
6.1
ในกรณีที่ผู้ชนะการสอบราคาสามารถส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนภายใน 5 วันทำการของทางราชการ นับแต่วันที่ทำข้อตกลงซื้อ
มหาวิทยาลัยจะพิจารณาจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือแทนการทำสัญญาตามแบบสัญญาก็ได้
6.2 ในกรณีที่ผู้ชนะการสอบราคาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนภายใน
5
วันทำการของทางราชการ หรือมหาวิทยาลัยเห็นว่าไม่สมควรจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือ
ตามข้อ 6.1 ผู้ชนะการสอบราคาจะต้องทำสัญญาซื้อขายตามแบบสัญญาที่ทางราชการกำหนดกับมหาวิทยาลัยฯ ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ
แจ้งและจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ
5
ของราคาสิ่งของที่สอบราคาได้ให้มหาวิทยาลัยฯ ยึดไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1)
เงินสด
(2) เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม โดยเป็นเช็คลงวันที่ที่ทำสัญญาหรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน 3
วันทำการ
(3)
หนังสือค้ำประกันของธนาคารในประเทศตามแบบหนังสือค้ำประกัน ดังระบุ ข้อ 1.3
(4) หนังสือค้ำประกันของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้แจ้งชื่อเวียนให้ส่วนราชการต่างๆ
ทราบแล้ว โดยอนุโลมให้ใช้ตามแบบหนังสือค้ำประกัน ดังระบุในข้อ 1.3
(5)
พันธบัตรรัฐบาลไทย จะต้องนำพันธบัตรดังกล่าวไปจดทะเบียนการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนนำมายื่นไว้เป็นหลักประกัน เพื่อให้เป็นไปตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค.0900/ว.65
ลงวันที่ 5 กรกฎาคม
2556 เรื่อง การใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน โดยจะต้องทำหนังสือขอจำนำสิทธิในพันธบัตร (หลักประกันกับส่วนราชการ) ตามแบบของธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วนำหนังสือดังกล่าวพร้อมด้วยพันธบัตร (ต้นฉบับ)
ที่จะใช้เป็นหลักประกัน
และเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด มายื่นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
เพื่อให้ผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ลงลายมือชื่อผู้รับจำนำก่อน และผู้ชนะการเสนอราคาต้องนำไปจดทะเบียนการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และนำพันธบัตรรัฐบาลที่จดทะเบียนสมบูรณ์แล้วมายื่นในวันทำสัญญา
หลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน
15
วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการสอบราคา (ผู้ขาย) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาซื้อขายแล้ว
7. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขายข้อ 10
ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.2 ต่อวัน
-6-
8.
การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการสอบราคาซึ่งได้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือหรือทำสัญญาซื้อขาย จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1
ปี นับถัดจากวันที่ผู้ซื้อรับมอบ
โดยผู้ขายต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
9. ข้อสงวนสิทธิในการเสนอราคาและอื่นๆ
9.1 เงินค่าพัสดุสำหรับการซื้อครั้งนี้ได้มาจาก งบประมาณแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ ต่อเมื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมได้รับอนุมัติเงินค่าพัสดุจากงบประมาณประจำปีแล้วเท่านั้น
9.2 เมื่อมหาวิทยาลัยได้คัดเลือกผู้เสนอราคารายใดให้เป็นผู้ขาย และได้ตกลงซื้อสิ่งของตามสอบราคาซื้อแล้ว ถ้าผู้ขายจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด
ผู้เสนอราคาซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(1) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ขายสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ
เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(2)
จัดการให้สิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศมายังประเทศไทย
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีให้บรรทุกสิ่งของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศ ยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(3)
ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม 9.2
(1) หรือ 9.2 (2) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
9.3
ผู้เสนอราคาซึ่งมหาวิทยาลัยได้คัดเลือกแล้วไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่ทางราชการกำหนดดังระบุไว้ในข้อ 6 มหาวิทยาลัยจะพิจารณาให้ผู้เสนอราคารายนั้นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
9.4
มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในแบบสัญญาให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
………………………………………………….
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
5 ตุลาคม
2558