ประกาศสอบราคาจ้างเหมาบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักรายปี

ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

เรื่อง  สอบราคาจ้างเหมาบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักรายปี

………………………………………………….

 

                ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมีความประสงค์จะสอบราคาจ้างเหมาบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักรายปี  ตั้งแต่วันที่  1  ตุลาคม  2558  ถึงวันที่  30  กันยายน  2559  รวมระยะเวลา  1  ปี  วงเงิน  679,450  บาท  (หกแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน)  ด้วยเงินรายได้มหาวิทยาลัย

 

ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1.  เป็นนิติบุคคล  หรือบุคคลธรรมดา  และเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่สอบราคาจ้าง

2.  ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ

3. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น  ณ  วันประกาศสอบราคาหรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม  

4. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่า นั้น

5. บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย  หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ

6. บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

7. คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้

กำหนดดูสถานที่ดำเนินการและรับฟังคำชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมในวันที่ 4 กันยายน 2558  เวลา  10.00  น.  ณ  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

กำหนดยื่นซองสอบราคาระหว่างวันที่  31 สิงหาคม 2558 ถึงวันที่ 10 กันยายน 2558 ตั้งแต่เวลา  08.30 - 16.30  น.  ในวันและเวลาราชการ  (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)  ณ  งานพัสดุ  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม  และกำหนดเปิดซองสอบราคาในวันที่  11  กันยายน  2558  ตั้งแต่เวลา  10.00  น.  เป็นต้นไป

ผู้สนใจติดต่อขอรับเอกสารสอบราคาได้ที่งานพัสดุ  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม  ตั้งแต่วันที่   31  สิงหาคม 2558 ถึงวันที่ 10 กันยายน 2558 ตั้งแต่เวลา  08.30 - 16.30 น. หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0 3410 9300 ต่อ  3559-60  ในวันและเวลาราชการ (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)  หรือดูรายละเอียดทางเว็บไซต์ www.npru.ac.th หรือ www.gprocurement.go.th (ผู้สนใจขอรับเอกสารสอบราคาจะต้องนำสำเนา ใบทะเบียนพาณิชย์หรือสำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือมอบอำนาจ  กรณีมิใช่ผู้มีอำนาจในการทำนิติกรรม  มาแสดงด้วย)

 

                      ประกาศ  ณ  วันที่  31  สิงหาคม  พ.ศ.  2558

 

 

                                                                      (อาจารย์  ดร.วิรัตน์  ปิ่นแก้ว)

                                                                 รองอธิการบดี  ปฏิบัติราชการแทน

                                                              อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม


เอกสารสอบราคาจ้าง  เลขที่  จ. 28/2558

งานจ้างเหมาบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักรายปี

ตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 

ลงวันที่  31  สิงหาคม  2558

.................................................................

 

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม  ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “มหาวิทยาลัย”  มีความประสงค์จะสอบราคาจ้างเหมาบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักรายปี  โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้

 

1. เอกสารแนบท้ายเอกสารสอบราคา

1.1 รายละเอียดการบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักรายปี

1.2 แบบใบเสนอราคา

1.3 แบบหนังสือค้ำประกัน

- หลักประกันสัญญา

1.4 บทนิยาม

(1) ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

(2) การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

1.5 แบบบัญชีเอกสาร

(1) บัญชีเอกสารส่วนที่ 1

(2) บัญชีเอกสารส่วนที่ 2

         

2.  คุณสมบัติของผู้เสนอราคา

2.1  ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคล  หรือบุคคลธรรมดา  และเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่สอบราคาจ้าง

2.2  ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ

2.3 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น  ณ  วันประกาศสอบราคาหรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม  ตามข้อ  1.4

2.4 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น

2.5 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย  หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ

2.6 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

2.7 คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้

 

3.  หลักฐานการเสนอราคา

ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานใส่ซองปิดผนึกให้เรียบร้อย  1  ซอง  และใบเสนอราคาใส่ซองปิดผนึกให้เรียบร้อย  1  ซอง  โดยยื่นพร้อมกันทั้ง  2  ซอง  เอกสารหลักฐานมี  2  ส่วน  คือ

               3.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นนิติบุคคล

(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติ

บุคคล สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

(2) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น  สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน  พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง

                   (3) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้ประสงค์จะเสนอราคาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า และในกรณีที่ผู้เข้าร่วมค้าฝ่ายใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิใช่สัญชาติไทย ก็ให้ยื่นสำเนาหนังสือเดินทาง หรือผู้ร่วมค้าฝ่ายใดเป็นนิติบุคคลให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ใน  3.1 (1)

(4) หนังสือมอบอำนาจ
(5) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม   สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์  (ถ้ามี) 

(6) บัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา  ตามแบบในข้อ 1.5 (1)

3.2  ส่วนที่ 2  อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้

(1) หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอำนาจให้บุคคลอื่นลงนามในใบเสนอราคาแทน

(2) รายละเอียดการบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักรายปี

(3) บัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา ตามแบบในข้อ 1.5 (2)

 

4.  การเสนอราคา

4.1  ผู้เสนอราคาต้องยื่นเสนอราคาตามแบบที่กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคานี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วนลงลายมือชื่อของผู้เสนอราคาให้ชัดเจน  จำนวนเงินที่เสนอต้องระบุตรงกันทั้งตัวเลขและตัวอักษร โดยไม่มีการขูดลบหรือแก้ไข  หากมีการขูด  ลบ  ตกเติม  แก้ไข  เปลี่ยนแปลง  จะต้องลงลายมือชื่อผู้เสนอราคาพร้อมประทับตรา  (ถ้ามี)  กำกับไว้ด้วยทุกแห่ง

4.2 ผู้เสนอราคาจะต้องกรอกปริมาณวัสดุและราคาในบัญชีรายการจ้างเหมาให้ครบถ้วนและให้เสนอราคาเป็นเงินบาท  และเสนอราคาเพียงราคาเดียว  โดยเสนอราคารวม  และหรือราคาต่อหน่วย  และหรือต่อรายการ  ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายใบเสนอราคาให้ถูกต้อง  ทั้งนี้  ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ  ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม  ภาษีอากรอื่น  ค่าขนส่ง  ค่าจดทะเบียน  และค่าใช้จ่ายอื่นๆ  ทั้งปวง  

ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า  60  วัน  นับแต่วันเปิดซองใบเสนอราคาโดยภายในกำหนดยืนราคาผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้

4.3 ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการการบำรุงรักษาไม่น้อยกว่า 1 ปี  นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้เริ่มทำงานตามสัญญาจ้าง

4.4  ก่อนยื่นซองสอบราคาผู้เสนอราคาควรตรวจดูแบบรูปรายการละเอียดฯลฯ  ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจในเอกสารสอบราคาทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นซองสอบราคาตามเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา

4.5 ผู้เสนอราคาจะต้องยื่นซองใบเสนอราคาที่ปิดผนึกซองเรียบร้อยจ่าหน้าซองถึงประธานคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจ้างเหมาบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักรายปี  โดยระบุไว้ที่ซองว่า  “ใบเสนอราคาตามเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ จ.28/2558” ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ 31 สิงหาคม 2558 ถึงวันที่ 10 กันยายน 2558  ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ  งานพัสดุ  ชั้น 2  อาคารเฉลิมพระเกียรติ  50  พรรษามหาวชิราลงกรณ 

เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นซองสอบราคาแล้วจะไม่รับซองสอบราคาโดยเด็ดขาด

คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาแต่ละรายว่าเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นตามบทนิยาม ข้อ 1.4 (1) ณ วันประกาศสอบราคาหรือไม่  และประกาศรายชื่อผู้เสนอราคาที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกก่อนการเปิดซองใบเสนอราคา

หากปรากฏต่อคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาก่อนหรือในขณะที่มีการเปิดซองสอบราคาว่ามีผู้เสนอราคากระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมตามบทนิยาม ข้อ 1.4 (2) และคณะกรรมการฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการฯ จะตัดรายชื่อผู้เสนอราคารายนั้นออกจากการเป็นผู้เสนอราคา และประกาศรายชื่อผู้เสนอราคาที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกและจะพิจารณาลงโทษผู้เสนอราคาดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่คณะกรรมการฯ จะวินิจฉัยได้ว่าผู้เสนอราคารายนั้นเป็นผู้ที่ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของทางราชการและมิได้เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าว

คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจะเปิดซองใบเสนอราคาของผู้เสนอราคาที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกดังกล่าวข้างต้น  ณ  งานพัสดุ  ในวันที่  11  กันยายน  2558  ตั้งแต่เวลา  10.00  น.  เป็นต้นไป

การยื่นอุทธรณ์ตามวรรคห้าย่อมไม่เป็นเหตุให้มีการขยายระยะเวลาการเปิดซองใบเสนอราคา เว้นแต่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นว่าการขยายระยะเวลาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่งและในกรณีที่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นด้วยกับคำคัดค้านของผู้อุทธรณ์  และเห็นว่าการยกเลิกการเปิดซองใบเสนอราคาที่ได้ดำเนินการไปแล้วจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง  ให้มหาวิทยาลัยฯ  มีอำนาจยกเลิกการเปิดซองใบเสนอราคาดังกล่าวได้

 

5.   หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาราคา

5.1 ในการสอบราคาครั้งนี้มหาวิทยาลัยฯ  จะพิจารณาตัดสินด้วย  ราคารวม

5.2 หากผู้เสนอราคารายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ 2 หรือยื่นหลักฐานการเสนอราคาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามข้อ  3  หรือยื่นซองสอบราคาไม่ถูกต้องตามข้อ  4  แล้ว  คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจะไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้น เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเพียงเล็กน้อย หรือผิดพลาดไปจากเงื่อนไขของเอกสารสอบราคาในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยเท่านั้น

5.3 มหาวิทยาลัยฯ  สงวนสิทธิไม่พิจารณาราคาของผู้เสนอราคาโดยไม่มีการผ่อนผัน  ในกรณีดังต่อไปนี้

(1)  ไม่ปรากฏชื่อผู้เสนอราคารายนั้น  ในบัญชีผู้รับเอกสารหรือในหลักฐานการรับเอกสารสอบ

ราคาของมหาวิทยาลัย 

(2)  ไม่กรอกชื่อนิติบุคคลหรือลงลายมือชื่อผู้เสนอราคาอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งหมดในใบเสนอราคา

(3) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารสอบราคาที่เป็นสาระสำคัญหรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้เสนอราคารายอื่น

(4) ราคาที่เสนอมีการขูดลบ  ตก  เติม  แก้ไข  เปลี่ยนแปลง  โดยผู้เสนอราคามิได้ลงลายมือ

ชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) กำกับไว้

5.4 ในการตัดสินการสอบราคาหรือในการทำสัญญาคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาหรือมหาวิทยาลัยมีสิทธิให้ผู้เสนอราคาชี้แจงข้อเท็จจริง สภาพ ฐานะ หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้เสนอราคาได้ มหาวิทยาลัยมีสิทธิที่จะไม่รับราคาหรือไม่ทำสัญญา  หากหลักฐานดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง

5.5 มหาวิทยาลัยฯ  ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด  หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้  และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน   หรือขนาด   หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด  หรืออาจจะยกเลิกการสอบราคาโดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้  เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยฯ  เป็นเด็ดขาดผู้เสนอราคาจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งมหาวิทยาลัยฯ  จะพิจารณายกเลิกการสอบราคาและลงโทษผู้เสนอราคาเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ตาม  หากมีเหตุเชื่อได้ว่าการเสนอราคากระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอราคาอันเป็นเท็จ  หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมาเสนอราคาแทน เป็นต้น 

ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุด  เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดำเนินการตามสัญญาได้  คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา  หรือมหาวิทยาลัยฯ  จะให้ผู้เสนอราคานั้น  ชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าผู้เสนอราคาสามารถดำเนินงานตามสัญญาจ้างให้เสร็จสมบูรณ์  หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ มหาวิทยาลัยฯมีสิทธิที่จะไม่รับราคาของผู้เสนอราคารายนั้น

5.6 ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังจากเปิดซองสอบราคาว่าผู้เสนอราคาที่เป็นผู้ชนะการสอบราคาเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น ณ วันเปิดซองสอบราคา  หรือเป็นผู้เสนอราคาที่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม  มหาวิทยาลัยฯ  มีอำนาจที่จะตัดสิทธิผู้ชนะการสอบราคารายนั้น  และมหาวิทยาลัยฯ  จะพิจารณาลงโทษผู้เสนอราคารายนั้นเป็นผู้ทิ้งงาน  แล้วเรียกผู้สอบราคาได้รายถัดไปมาตกลงราคา  

ในกรณีนี้หากมหาวิทยาลัยฯ  พิจารณาเห็นว่าการยกเลิกการเปิดซองใบเสนอราคาที่ได้ดำเนินการไปแล้วจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง  มหาวิทยาลัยฯ  มีอำนาจยกเลิกการเปิดซองใบเสนอราคาดังกล่าวได้

 

6.  การทำสัญญาจ้าง

ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญาจ้างของมหาวิทยาลัยฯ  ภายใน 7 วัน  นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง  และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ  5  ของราคาจ้างที่สอบราคาได้  ให้มหาวิทยาลัยฯ  ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา  โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด  ดังต่อไปนี้

6.1 เงินสด

6.2 เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม โดยเป็นเช็คลงวันที่ที่ทำสัญญาหรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน  3  วันทำการ

6.3 หนังสือค้ำประกันของธนาคารในประเทศตามแบบหนังสือค้ำประกัน ดังระบุ ข้อ 1.3

6.4 หนังสือค้ำประกันของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์  และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย  ซึ่งได้แจ้งชื่อเวียนให้ส่วนราชการต่างๆ ทราบแล้ว  โดยอนุโลมให้ใช้ตามแบบหนังสือค้ำประกัน  ดังระบุในข้อ 1.3

6.5 พันธบัตรรัฐบาลไทย

ผู้ชนะการเสนอราคาที่จะใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน  จะต้องนำพันธบัตรดังกล่าวไปจดทะเบียนการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนจะนำมาใช้เป็นหลักประกันสัญญา  เพื่อให้เป็นไปตามหนังสือกระทรวงการคลัง  ที่  กค.0900/ว.65  ลงวันที่ 5 กรกฎาคม  2556 เรื่อง การใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน  โดยผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องทำหนังสือขอจำนำสิทธิในพันธบัตร  (หลักประกันกับสวนราชการ)  ตามแบบของธนาคารแห่งประเทศไทย  และนำหนังสือดังกล่าวพร้อมด้วยพันธบัตร  (ต้นฉบับ)  ที่จะใช้เป็นหลักประกันสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด  มายื่นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม  เพื่อให้ผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ลงลายมือชื่อผู้รับจำนำก่อน  และผู้ชนะการเสนอราคาต้องนำไปจดทะเบียนการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย  และนำพันธบัตรรัฐบาลที่จดทะเบียนสมบูรณ์แล้วมายื่นในวันทำสัญญา

หลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน 15 วัน  นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการสอบราคา (ผู้รับ

จ้าง)  พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว

 

7.  ค่าจ้างและการจ่ายเงิน

มหาวิทยาลัยจะจ่ายเงินค่าจ้าง  โดยแบ่งออกเป็น  4  งวด  ดังนี้

งวดที่  1  จะจ่ายค่าจ้างร้อยละ  20  ของราคาที่สอบได้  เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการบำรุงรักษาและจัดทำรายงานการบำรุงรักษาเสร็จสิ้น

ภายในกำหนด  3  เดือน  นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้ทำงานตามสัญญาเป็นต้นไป

 

งวดที่  2  จะจ่ายค่าจ้างร้อยละ  25  ของราคาที่สอบได้  เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการบำรุงรักษาและจัดทำรายงานการบำรุงรักษาเสร็จสิ้น

ภายในกำหนด  6  เดือน  นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้ทำงานตามสัญญาเป็นต้นไป

 

งวดที่  3  จะจ่ายค่าจ้างร้อยละ  25  ของราคาที่สอบได้  เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการบำรุงรักษาและจัดทำรายงานการบำรุงรักษาเสร็จสิ้น

ภายในกำหนด  9  เดือน  นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้ทำงานตามสัญญาเป็นต้นไป

 

งวดสุดท้าย  จะจ่ายค่าจ้างร้อยละ 30  ของราคาที่สอบได้  เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการบำรุงรักษาครั้งสุดท้าย  และจัดทำรายงานการบำรุงรักษาในครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้น  ตามรายละเอียดของงานและสัญญาจ้างทุกประการ 

ภายในกำหนด  12  เดือน  นับตั้งแต่วันที่กำหนดให้ทำงานตามสัญญาเป็นต้นไป

 

8. อัตราค่าปรับ

ค่าปรับในสัญญาจ้างจะกำหนดในอัตราร้อยละ  0.1  ของค่าจ้างตามสัญญาจ้างต่อวัน

9.  การรับประกันความชำรุดบกพร่อง

ผู้ชนะการสอบราคาซึ่งได้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือหรือทำสัญญาจ้างตามแบบของมหาวิทยาลัยจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า  1  ปี นัดถัดจากวันที่มหาวิทยาลัยฯ  ได้รับมอบงาน  โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 2 วัน   นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง

 

10.  ข้อสงวนสิทธิในการเสนอราคาและอื่น ๆ 

10.1 เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ได้มาจาก  เงินรายได้มหาวิทยาลัย 

10.2 เมื่อมหาวิทยาลัยฯ  ได้คัดเลือกผู้เสนอราคารายใดให้เป็นผู้รับจ้าง  และได้ตกลงจ้างตามสอบราคาจ้างแล้วถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ  และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้เสนอราคาซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี  ดังนี้

 (1) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้

(2) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศ

มายังประเทศไทย  เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีให้บรรทุกสิ่งของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น  หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศ  ยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น

 (3) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม 10.2 (1)  หรือ  10.2 (2)  ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี

10.3  ผู้เสนอราคาซึ่งมหาวิทยาลัยฯ  ได้คัดเลือกแล้วไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่ทางราชการกำหนดดังระบุไว้ในข้อ 6  มหาวิทยาลัยฯ  จะพิจารณาให้ผู้เสนอราคารายนั้นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ

10.4 มหาวิทยาลัยฯ  สงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในแบบสัญญาให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด  (ถ้ามี)

 

11.  การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ

ในระหว่างระยะเวลาการดำเนินการผู้รับจ้างพึงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด

………………………………………………….

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

31  สิงหาคม  2558


 

วันที่ 31 สิงหาคม 2558 เวลา 10:57 น.   แก้ไข 31 สิงหาคม 2558 เวลา 15:15 น.