ปรับปรุงร่าง TOR ประกวดราคาซื้อระบบรักษาความปลอดภัยกล้องวงจรปิดพร้อมติดตั้ง จำนวน 1 ระบบ
ร่างขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR)
โครงการประกวดราคาซื้อระบบรักษาความปลอดภัยกล้องวงจรปิดพร้อมติดตั้ง จำนวน 1 ระบบ
ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
……………………….………………………………..
1. ความเป็นมา
ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมีความประสงค์ที่จะบริหารการจัดการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพ และจัดหาระบบในการดูแลรักษาความปลอดภัยของบุคลากรและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยฯ จึงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาระบบกล้องวงจรปิด ประจำปีงบประมาณ 2556
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยภายในมหาวิทยาลัยฯ
2.2 เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุร้ายที่เกิดขึ้นต่อนักศึกษา บุคลากร และผู้ที่เข้ามาติดต่อกับมหาวิทยาลัยฯ
2.3 เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และความมั่นใจให้กับนักศึกษา และผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยฯ ที่มีความปลอดภัยสูงและดูแลให้ทั่วถึง
2.4 เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังการเข้า-ออก ของบุคคลหรือยานพาหนะหรือจราจรในพื้นที่ได้ตลอดเวลา
2.5 เพื่อประสิทธิภาพในการตอบโต้และการจัดการต่อเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้ง หรืออุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างทันทวงที
2.6 เพื่อประสิทธิภาพในการติดตามผู้กระทำความผิดต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยฯ โดยการใช้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด โดยนำข้อมูลภาพและเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินการทางกฎหมายหรือขยายผลต่อไป และเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์พื้นที่ซึ่งมีการก่อเหตุร้ายซ้ำซากได้
2.7 เพื่อนำข้อมูลภาพที่ทำการจัดเก็บจากศูนย์กลางออกมาใช้งานหรือตรวจสอบย้อนหลังได้และนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่ของมหาวิทยาลัยฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.8 เพื่อนำมาประยุกต์ในการบริหารจัดการด้านงานจราจร
2.9 เพื่อช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ ที่คอยตรวจตราตามอาคาร และบริเวณต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยฯ
2.10 รองรับการเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิดผ่านระบบเครือข่ายที่อาจจะมีการดำเนินการติดตั้งในอนาคตได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี
2.11 เพื่อป้องกันและลดปัญหาทรัพย์สินสูญหายในห้องเรียน ห้องปฏิบัติการและในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยฯ
2.12 เพื่อป้องปราบมิจฉาชีพที่ต้องการแฝงตัวเข้ามาในมหาวิทยาลัยฯ ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติดในสถานศึกษาให้มีความยำเกรงต่อการกระทำความผิด
2.13 เพื่อใช้สนับสนุนการบริหารจัดการเรียนการสอนให้ครบตามหลักสูตร
3. คุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคา
3.1 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลและเป็นผู้ที่มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาซื้อในครั้งนี้ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
-2-
3.2 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้ง
เวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
3.3 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ประสงค์จะเสนอราคารายอื่น และต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันประกาศประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
3.4 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.5 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องมีผลงานการขายพัสดุประเภทกล้องวงจรปิดที่ประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาแล้วในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาภายในประเทศไทย โดยมีผลงานการขายและติดตั้ง พัสดุระบบกล้องวงจรปิดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งในวงเงินไม่น้อยกว่า 7,000,000 บาท ในสัญญาเดียว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่มหาวิทยาลัยฯ เชื่อถือ โดยแนบสำเนาคู่สัญญาและหนังสือรับรองผลงาน
3.6 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องมีหน่วยงาน Service and Support ประจำประเทศไทย ซึ่งสามารถดำเนินการตรวจสอบและแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับมหาวิทยาลัยฯ ได้ ผู้เสนอราคาต้องระบุสถานที่ตั้งและรายละเอียดอื่นๆ ของหน่วยงาน Service and Support ที่มีอยู่ในประเทศไทย พร้อมเอกสารเสนอราคา
3.7 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องนำกล้องวงจรปิดและซอฟต์แวร์ควบคุมกล้องวงจรปิดตามรุ่นที่นำเสนอมาแสดงและทดสอบให้คณะกรรมการประกอบการพิจารณาในวันที่พิจารณาคุณสมบัติและผู้เสนอราคาต้องพร้อมและยินยอมกรณีกรรมการต้องการให้ติดตั้งระบบไว้เพื่อทดสอบการทำงาน
3.8 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
3.9 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
3.10คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ตามเอกสารแนบท้าย
5. ระยะเวลาดำเนินการ
ไม่เกิน 150 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาซื้อขาย
6. ระยะเวลาการส่งมอบของ
ระยะเวลาส่งมอบภายใน 150 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาซื้อขาย
-3-
7. วงเงินในการจัดหา
วงเงิน 15,141,000 บาท (สิบห้าล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)
“ในการเสนอราคาผู้เสนอราคาต้องเสนอลดราคาขั้นต่ำ (Minimum Bid) ไม่น้อยกว่าครั้งละ 30,000 บาท จากราคาสูงสุดของการประกวดราคาฯ และการเสนอลดราคาครั้งถัดๆ ไป ต้องเสนอลดราคาครั้งละไม่น้อยกว่า 30,000 บาท จากราคาครั้งสุดท้ายที่เสนอลดแล้ว”
8. วิธีดำเนินการ
ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549
สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม หรือข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น โดยเปิดเผย
1. ทางไปรษณีย์ เรียน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 85 หมู่ 3 ถนนมาลัยแมน
ตำบลนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 73000
2. ทางโทรศัพท์ 0 3410 9300 ต่อ 3559-60 โทรสาร 0 3426 1078
3. วันที่เริ่มประกาศขอบเขตของงาน 11 กุมภาพันธ์ 2558
4. วันที่สิ้นสุดข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นโดยเปิดเผย 16 กุมภาพันธ์ 2558
...............................................
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เลขที่..........................
การซื้อระบบรักษาความปลอดภัยกล้องวงจรปิดพร้อมติดตั้ง จำนวน 1 ระบบ
ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
ตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
ลงวันที่.....................................
………………………………………………………………………….……………………..
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “มหาวิทยาลัย” มีความประสงค์จะประกวดราคาซื้อระบบรักษาความปลอดภัยกล้องวงจรปิดพร้อมติดตั้ง จำนวน 1 ระบบ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
พัสดุที่จะซื้อนี้ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ในสภาพที่ใช้จะงานได้ทันที และมีคุณลักษณะตรงตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
1. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
1.1 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
1.2 แบบใบยื่นข้อเสนอการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
1.3 หนังสือแสดงเงื่อนไขการซื้อและการจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (จำนวน 3 ฉบับ)
1.4 แบบสัญญาซื้อขาย
1.5 แบบหนังสือค้ำประกัน
(1) หลักประกันซอง
(2) หลักประกันสัญญา
1.6 บทนิยาม
(1) ผู้ประสงค์จะเสนอราคาหรือผู้มีสิทธิเสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(2) การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
1.7 แบบบัญชีเอกสาร
(1) บัญชีเอกสารส่วนที่ 1
(2) บัญชีเอกสารส่วนที่ 2
1.8 วิธีการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
1.9 แบบแจ้งชื่อผู้แทนผู้มีสิทธิเสนอราคาเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา (แบบ บก.006)
2. คุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคา
2.1 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลและเป็นผู้ที่มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาซื้อในครั้งนี้ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
2.2 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้ง
เวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
2.3 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ประสงค์จะเสนอราคารายอื่น และต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันประกาศประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ตามข้อ 1.6
2.4 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
-2-
2.5 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องมีผลงานการขายพัสดุประเภทกล้องวงจรปิดที่ประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาแล้วในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาภายในประเทศไทย โดยมีผลงานการขายและติดตั้ง พัสดุระบบกล้องวงจรปิดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งในวงเงินไม่น้อยกว่า 7,000,000 บาท ในสัญญาเดียว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่มหาวิทยาลัยฯ เชื่อถือ โดยแนบสำเนาคู่สัญญาและหนังสือรับรองผลงาน
2.6 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องมีหน่วยงาน Service and Support ประจำประเทศไทย ซึ่งสามารถดำเนินการตรวจสอบและแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับมหาวิทยาลัยฯ ได้ ผู้เสนอราคาต้องระบุสถานที่ตั้งและรายละเอียดอื่นๆ ของหน่วยงาน Service and Support ที่มีอยู่ในประเทศไทย พร้อมเอกสารเสนอราคา
2.7 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องนำกล้องวงจรปิดและซอฟต์แวร์ควบคุมกล้องวงจรปิดตามรุ่นที่นำเสนอมาแสดงและทดสอบให้คณะกรรมการประกอบการพิจารณาในวันที่พิจารณาคุณสมบัติและผู้เสนอราคาต้องพร้อมและยินยอมกรณีกรรมการต้องการให้ติดตั้งระบบไว้เพื่อทดสอบการทำงาน
2.8 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
2.9 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
2.10คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
3. หลักฐานการเสนอราคา
ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานแยกเป็น 2 ส่วน คือ
3.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีผู้ประสงค์จะเสนอราคาเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(2) ในกรณีผู้ประสงค์จะเสนอราคาเป็นผู้ประสงค์จะเสนอราคาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้าให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า และในกรณีที่ผู้เข้าร่วมค้าฝ่ายใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิใช่สัญชาติไทย ก็ให้ยื่นหนังสือเดินทาง หรือผู้ร่วมค้าฝ่ายใดเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1)
(3) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(4) บัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ทั้งหมดที่ได้ยื่นตามแบบในข้อ 1.7 (1)
3.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) แคตตาล็อกและหรือแบบรูปและรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ตามข้อ 4.4
-3-
(2) หนังสือแสดงเงื่อนไขการซื้อและการจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องลงนามพร้อมประทับตรา (ถ้ามี)
(3) หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน (ถ้ามี)
(4) หลักประกันซอง ตามข้อ 5
(5) แบบใบยื่นข้อเสนอการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
(6) สำเนาคู่สัญญาและหนังสือรับรองผลงาน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(7) บัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ทั้งหมดที่ได้ยื่นตามแบบในข้อ 1.7 (2)
4. การเสนอราคา
4.1 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องยื่นข้อเสนอราคาตามแบบที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์นี้ และหนังสือแสดงเงื่อนไขการซื้อและการจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์นี้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน ลงลายมือชื่อของผู้ประสงค์จะเสนอราคาให้ชัดเจน
4.2 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันยืนราคาสุดท้าย โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ประสงค์จะเสนอราคาหรือผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องรับผิดชอบราคาที่ตนเสนอไว้ และจะถอนการเสนอราคามิได้
4.3 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะต้องกำหนดเวลาส่งมอบพัสดุไม่เกิน 150 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาซื้อขาย
4.4 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องส่งแคตตาล็อกและหรือแบบรูปและรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์ที่เสนอไปพร้อมเอกสารส่วนที่ 1 และเอกสารส่วนที่ 2 เพื่อประกอบการพิจารณา หลักฐานดังกล่าวนี้มหาวิทยาลัยฯ จะยึดไว้เป็นเอกสารของทางราชการ
สำหรับแคตตาล็อกที่แนบให้พิจารณา หากเป็นสำเนารูปถ่ายจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจทำนิติกรรมแทนนิติบุคคล หากคณะกรรมการประกวดราคามีความประสงค์จะขอดูต้นฉบับ แคตตาล็อก ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องนำต้นฉบับมาให้คณะกรรมการประกวดราคาตรวจสอบภายใน 3 วัน
4.5 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะต้องส่งตัวอย่างของพัสดุที่เสนอ จำนวน 2 รายการ (กล้องวงจรปิดและซอฟต์แวร์ควบคุมการบันทึกและแสดงภาพจากระบบกล้องวงจรปิด) เพื่อใช้ในการตรวจทดลองหรือประกอบการพิจารณาและหรือประกอบสัญญา ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยฯ จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นแก่ตัวอย่างดังกล่าว ตัวอย่างที่เหลือหรือไม่ใช้แล้ว มหาวิทยาลัยฯ จะคืนให้แก่ผู้ประสงค์จะเสนอราคา
4.6 ก่อนยื่นเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประสงค์จะเสนอราคาควรตรวจดูร่างสัญญา รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
4.7 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะต้องยื่นเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ จ่าหน้าซองถึงประธานคณะกรรมการประกวดราคาตามโครงการ โดยระบุไว้ที่หน้าซองว่า “เอกสารประกวดราคาตามเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เลขที่..................” ยื่นต่อคณะกรรมการประกวดราคาตามโครงการในวันที่....................... ตั้งแต่เวลา......................น. ณ งานพัสดุ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ชั้น 2
-4-
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว จะไม่รับเอกสารเพิ่มเติมโดยเด็ดขาด
คณะกรรมการประกวดราคาจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคาแต่ละรายว่าเป็นผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ประสงค์จะเสนอราคารายอื่นหรือเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ประสงค์จะเสนอราคากับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อ 1.6 (1) ณ วันประกาศประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบข้อเสนอตามข้อ 3.2
และแจ้งผู้ประสงค์จะเสนอราคาแต่ละรายทราบผลการพิจารณาของตนทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือวิธีอื่นใดที่มีหลักฐานว่า ผู้ประสงค์จะเสนอราคารับทราบแล้ว
หากปรากฏต่อคณะกรรมการประกวดราคาก่อนหรือในขณะที่มีการเสนอราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ว่า มีผู้เสนอราคากระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมตามข้อ 1.6 (2) คณะกรรมการฯ จะตัดรายชื่อผู้เสนอราคารายนั้นออกจากการเป็นผู้เสนอราคา และมหาวิทยาลัยฯ จะพิจารณาลงโทษผู้เสนอราคาดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน
ผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น เพราะเหตุเป็นผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ประสงค์จะเสนอราคารายอื่น หรือเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ประสงค์จะเสนอราคากับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันประกาศประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือเป็นผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่ไม่ผ่านคุณสมบัติทางด้านเทคนิค อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อหัวหน้าหน่วยงานที่จัดหาพัสดุภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการประกวดราคา การวินิจฉัยอุทธรณ์ของหัวหน้าหน่วยงานที่จัดหาพัสดุให้ถือเป็นที่สุด
หากปรากฏต่อคณะกรรมการประกวดราคาว่า กระบวนการเสนอราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ประสบข้อขัดข้องจนไม่อาจดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้คณะกรรมการประกวดราคาจะสั่งพักกระบวนการเสนอราคา โดยมิให้ผู้แทนผู้มีสิทธิเสนอราคาพบปะหรือติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น และเมื่อแก้ไขข้อขัดข้องแล้ว จะให้ดำเนินการกระบวนการเสนอราคาต่อไป จากขั้นตอนที่ค้างอยู่ภายในเวลาของการเสนอราคาที่ยังเหลือก่อนจะสั่งพักกระบวนการเสนอราคา แต่ต้องสิ้นสุดกระบวนการเสนอราคาภายในวันเดียวกัน เว้นแต่คณะกรรมการประกวดราคาเห็นว่ากระบวนการเสนอราคาจะไม่แล้วเสร็จได้โดยง่าย หรือข้อขัดข้องไม่อาจแก้ไขได้ ประธานคณะกรรมการประกวดราคาจะสั่งยกเลิกกระบวนการเสนอราคา และกำหนดวัน เวลา และสถานที่ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการเสนอราคาใหม่ โดยจะแจ้งให้ผู้มีสิทธิเสนอราคาทุกรายที่อยู่ในสถานที่นั้นทราบ
คณะกรรมการประกวดราคาสงวนสิทธิในการตัดสินใจดำเนินการใดๆ ระหว่างการประกวดราคาเพื่อให้การประกวดราคาฯ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ
4.8 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องปฏิบัติดังนี้
(1) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหนังสือแสดงเงื่อนไขการซื้อและการจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้ยื่นมาพร้อมกับซองข้อเสนอทางเทคนิค
(2) ราคาสูงสุดของการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์จะต้องเริ่มต้นที่ 15,141,000 บาท (สิบห้าล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)
(3) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
-5-
(4) ผู้มีสิทธิเสนอราคาหรือผู้แทนจะต้องมาลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคาตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด
(5) ผู้มีสิทธิเสนอราคาหรือผู้แทนที่มาลงทะเบียนแล้ว ต้อง LOG IN เข้าสู่ระบบ
(6) ผู้มีสิทธิเสนอราคาหรือผู้แทนที่ LOG IN แล้ว จะต้องดำเนินการเสนอราคา โดยราคาที่เสนอในการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องต่ำกว่าราคาสูงสุดในการประกวดราคาและจะต้องเสนอลดราคาขั้นต่ำ (Minimum Bid) ไม่น้อยกว่าครั้งละ 30,000 บาท จากราคาสูงสุดของการประกวดราคาฯ และการเสนอลดราคาครั้งถัดๆ ไป ต้องเสนอลดราคาครั้งละไม่น้อยกว่า 30,000 บาท จากราคาครั้งสุดท้ายที่เสนอลดแล้ว
(7) ห้ามผู้มีสิทธิเสนอราคาถอนการเสนอราคา และเมื่อการประกวดราคาฯ เสร็จสิ้นแล้วจะต้องยืนยันราคาต่อผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ราคาที่ยืนยันจะต้องตรงกับราคาที่เสนอหลังสุด
(8) ผู้มีสิทธิเสนอราคาที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการเสนอราคา ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการให้บริการเสนอราคาทางอิเล็กทรอนิกส์และค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้จะแจ้งให้ทราบในวันเสนอราคา
(9) ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมาเสนอราคาในวันที่............... ตั้งแต่เวลา...........น. เป็นต้นไป ทั้งนี้ จะแจ้งนัดหมายตามแบบแจ้ง วัน เวลา และสถานที่เสนอราคา (บก.005) ให้ทราบต่อไป
(10) ผู้มีสิทธิเสนอราคาสามารถศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคาของผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ที่แสดงในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th และผู้มีสิทธิเสนอราคาต้องทำการทดลองวิธีการเสนอราคาก่อนถึงกำหนดวันเสนอราคาที่เว็บไซต์ของผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป
5. หลักประกันซอง
ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องวางหลักประกันซองพร้อมกับการยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค จำนวน 757,050 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นเจ็ดพันห้าสิบบาทถ้วน) โดยหลักประกันซองจะต้องมีระยะเวลาการ ค้ำประกันตั้งแต่วันยื่นซองข้อเสนอทางด้านเทคนิคครอบคลุมไปจนถึงวันสิ้นสุดการยืนราคา โดยหลักประกันให้ใช้อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
5.1 เงินสด
5.2 เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่ “มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม” โดยเป็นเช็คลงวันที่ที่ยื่นซองข้อเสนอทางด้านเทคนิคหรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน 3 วันทำการของทางราชการ
5.3 หนังสือค้ำประกันของธนาคารในประเทศตามแบบหนังสือค้ำประกันดังระบุในข้อ 1.5 (1)
โดยค้ำประกันต่อ “มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม”
5.4 หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้แจ้งเวียนชื่อให้ส่วนราชการต่างๆ ทราบแล้ว โดยอนุโลมให้ใช้ตามแบบหนังสือค้ำประกันดังระบุ ในข้อ 1.5 (1)
5.5 พันธบัตรรัฐบาลไทย โดยต้องนำพันธบัตรดังกล่าวไปจดทะเบียนการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนนำมายื่นไว้เป็นหลักประกัน
-6-
หลักประกันซองตามข้อนี้มหาวิทยาลัยฯ จะคืนให้ผู้ประสงค์จะเสนอราคาหรือผู้ค้ำประกันภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้พิจารณาในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้มีสิทธิเสนอราคารายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุด จะคืนให้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือเมื่อผู้มีสิทธิเสนอราคาได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันซอง ไม่ว่ากรณีใดๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย
6. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาราคา
6.1 ในการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้มหาวิทยาลัยฯ จะพิจารณาตัดสินด้วย ราคารวม
6.2 หากผู้ประสงค์จะเสนอราคารายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ 2 หรือยื่นหลักฐานการเสนอราคาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามข้อ 3 หรือยื่นเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ถูกต้องตามข้อ 4 แล้ว คณะกรรมการประกวดราคาจะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ประสงค์จะเสนอราคารายนั้น เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาด หรือผิดหลงเพียงเล็กน้อย หรือผิดพลาดไปจากเงื่อนไขของเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยเท่านั้น
6.3 มหาวิทยาลัยฯ สงวนสิทธิไม่พิจารณาราคาของผู้ประสงค์จะเสนอราคาโดยไม่มีการผ่อนผันในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ไม่ปรากฏชื่อผู้ประสงค์จะเสนอราคารายนั้น ในบัญชีผู้รับเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือในหลักฐานการรับเอกสารประมูลซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัย
(2) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญหรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ประสงค์จะเสนอราคารายอื่น
6.4 ในการตัดสินการประกวดซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะกรรมการประกวดราคา หรือมหาวิทยาลัยฯ มีสิทธิให้ผู้ประสงค์จะเสนอราคาชี้แจงข้อเท็จจริง สภาพ ฐานะ หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้ มหาวิทยาลัยมีสิทธิที่จะไม่รับราคาหรือไม่ทำสัญญาหากหลักฐานดังกล่าวไม่มีความเหมาะสม หรือไม่ถูกต้อง
6.5 มหาวิทยาลัยฯ ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใดหรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดซื้อเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของมหาวิทยาลัยเป็นเด็ดขาด ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งมหาวิทยาลัยจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการ
ทางอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้มีสิทธิเสนอราคาเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสิทธิเสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการเสนอราคากระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมาเสนอราคาแทน เป็นต้น
6.6 ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังจากการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้มีสิทธิเสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้มีสิทธิเสนอราคารายอื่น หรือเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้มีสิทธิเสนอราคากับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันประกาศประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นผู้มีสิทธิเสนอราคาที่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ตามข้อ 1.6 มหาวิทยาลัยฯ มีอำนาจที่จะตัดรายชื่อผู้มีสิทธิเสนอราคาดังกล่าว และมหาวิทยาลัยฯ จะพิจารณาลงโทษผู้มีสิทธิเสนอราคารายนั้นเป็นผู้ทิ้งงาน
7. การทำสัญญาซื้อขาย
7.1 ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้ค้า) สามารถส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนภายใน 5 วันทำการของทางราชการ นับแต่วันที่ทำข้อตกลงซื้อ มหาวิทยาลัย อาจจะพิจารณาจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือแทนการทำสัญญาตามแบบสัญญาดังระบุ ในข้อ 1.4 ก็ได้
7.2 ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนภายใน 5 วันทำการของทางราชการ หรือมหาวิทยาลัย เห็นว่าไม่สมควรจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ตามข้อ 7.1 ผู้ชนะการประกวดราคาซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำตามสัญญาซื้อขายตามแบบสัญญาดังระบุในข้อ 1.4 หรือในกรณีที่หน่วยงานระดับมหาวิทยาลัยฯ ที่รวมกันประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ชนะการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทำสัญญากับมหาวิทยาลัยฯ ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาสิ่งของที่ประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้มหาวิทยาลัยฯ ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(1) เงินสด
(2) เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม โดยเป็นเช็คลงวันที่ ที่ทำสัญญาหรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน 3 วันทำการของทางราชการ
(3) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามแบบหนังสือค้ำประกัน ดังระบุในข้อ 1.5 (2)
(4) หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้แจ้งชื่อเวียนให้ส่วนราชการต่างๆ ทราบแล้ว โดยอนุโลมให้ใช้ตามแบบหนังสือค้ำประกันดังระบุในข้อ 1.5
(5) พันธบัตรรัฐบาลไทย โดยต้องนำพันธบัตรดังกล่าวไปจดทะเบียนการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนนำมายื่นไว้เป็นหลักประกัน
หลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาซื้อขายแล้ว
8. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขายข้อ 10 ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.2 ต่อวัน
9. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ หรือทำสัญญาซื้อขายตามแบบดังระบุในข้อ 1.4 แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อ
ขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถัดจากวันที่มหาวิทยาลัยฯ ได้รับมอบ โดยผู้ขายต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
10. ข้อสงวนสิทธิในการเสนอราคาและอื่นๆ
10.1 เงินค่าพัสดุสำหรับการซื้อครั้งนี้ได้มาจาก เงินรายได้มหาวิทยาลัย (เงินกันปี 2557)
-8-
10.2 เมื่อมหาวิทยาลัยฯ ได้คัดเลือกผู้มีสิทธิเสนอราคารายใดให้เป็นผู้ขาย และได้ตกลงซื้อสิ่งของตามการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้ขายจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้มีสิทธิเสนอราคาซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(1) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ขายสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(2) จัดการให้สิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีให้บรรทุกสิ่งของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศ ยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(3) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (1) หรือ (2) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
10.3 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาซึ่งได้ยื่นเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อมหาวิทยาลัยฯ แล้วจะถอนตัวออกจากการประกวดราคาฯ มิได้ และเมื่อได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้มีสิทธิเสนอราคาแล้ว ต้องเข้าร่วมเสนอราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ 4.8 (4) (5) (6) และ (7) มิฉะนั้นมหาวิทยาลัยฯ จะริบหลักประกันซองจำนวนร้อยละ 2.5 ของวงเงินที่จัดหาทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งอาจพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานได้ หากมีพฤติกรรมเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
10.4 ผู้มีสิทธิเสนอราคาซึ่งมหาวิทยาลัยฯ ได้คัดเลือกแล้วไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงภายในเวลาที่ทางราชการกำหนดดังระบุไว้ในข้อ 7 มหาวิทยาลัยฯ จะริบหลักประกันซองหรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันซองทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
10.5 มหาวิทยาลัยฯ สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
วันที่………………………..........
..............................................................................................................................................................................
รายละเอียดการติดตั้งและคุณลักษณะอุปกรณ์
โครงการจัดซื้อระบบรักษาความปลอดภัยกล้องวงจรปิดพร้อมติดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
ข้อกำหนดที่ 1 ข้อกำหนดทั่วไป
1. ข้อกำหนดต่อไปนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดรายละเอียดการติดตั้งและคุณลักษณะอุปกรณ์โครงการจัดซื้อระบบรักษาความปลอดภัยกล้องวงจรปิดพร้อมติดตั้ง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
2. การติดตั้งและการรื้อถอนให้เป็นไปตามรูปแบบและมาตรฐานการติดตั้งระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วไป
3. ต้องรับประกันระบบที่มีการติดตั้งและคุณภาพอุปกรณ์ที่ติดตั้งตามระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละรายการนับตั้งแต่วันที่ส่งมอบระบบและอุปกรณ์ครบถ้วน
4. ระบบที่ติดตั้งและอุปกรณ์ที่เสนอทุกชิ้นให้รวมการรับประกันการซ่อม/เปลี่ยนฟรีเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี
5. ผู้เสนอราคาจะต้องมีเอกสารแสดงแผนการดำเนินงานในส่วนของ ตารางปฏิบัติงาน รายละเอียดการติดตั้งระบบ การบำรุงรักษา เป็นอย่างน้อย เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
6. อุปกรณ์ทุกชิ้นที่มีการนำมาติดตั้งในระบบจะต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน และต้องเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในสายการผลิต
7. มหาวิทยาลัยฯ สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งจุดติดตั้งกล้อง เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน
8. บริษัทที่นำเสนอจะต้องได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากบริษัทผู้ผลิต หรือบริษัทที่เป็นบริษัทสาขาของบริษัทผู้ผลิต ที่ประจำในประเทศไทยเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการรับประกันคุณภาพสินค้าจากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ สำหรับอุปกรณ์ตามข้อกำหนดที่ 2 ข้อ 1,6,7,9
9. อุปกรณ์กำหนดที่ 2 ข้อ 2-5,8,11,14 การรับประกันคุณภาพสินค้าต้องเป็นการรับประกันจากบริษัทผู้ผลิตที่เป็นตัวแทนในประเทศไทยเท่านั้น
ข้อกำหนดที่ 2 ครุภัณฑ์ ที่ใช้สำหรับติดตั้งในระบบ
1. กล้องวงจรปิด (Bullet Outdoor) จำนวน 189 ชุด
2. อุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 1 (12 SFP L3) จำนวน 3 ชุด
3. อุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 2 (POE 24 + 4SFP) จำนวน 2 ชุด
4. อุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 (POE 24 + 2SFP) จำนวน 31 ชุด
5. เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายสำหรับประมวลผลสัญญาณภาพ จำนวน 4 ชุด
6. เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับบริหารจัดการกล้องวงจรปิด จำนวน 5 ชุด
7. อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด (Storage) จำนวน 1 ชุด
8. เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสำหรับตรวจสอบการทำงานของกล้องวงจรปิด จำนวน 2 ชุด
9. ซอฟต์แวร์ควบคุมการบันทึกและแสดงภาพจากระบบกล้องวงจรปิด จำนวน 1 ระบบ
10. อุปกรณ์สลับสัญญาณจอภาพ แป้นพิมพ์และเมาส์ (KVM Switch) จำนวน 1 ชุด
11. LED TV สำหรับมอนิเตอร์ระบบ จำนวน 6 ชุด
12. ตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1 (Indoor) จำนวน 10 ชุด
13. ตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 2 (Outdoor) จำนวน 6 ชุด
14. Storage Switch สำหรับเครื่องแม่ข่ายและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด จำนวน 2 ชุด
ข้อกำหนดที่ 3 การจัดหาอุปกรณ์และติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด
1. งานที่ 1 ทางเดินประตู 1 (Zone 1-(5))
1.1. ติดตั้งตู้ Rack แบบ Outdoor สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 2
1.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3ในตู้ Rack (งานที่ 1 ข้อ 1.1)
1.3. ติดตั้งสายสัญญาณ UTP Cat5E เพื่อใช้เป็น Uplink จากตู้ Rack (งานที่ 2ข้อ 2.1) ถึงตู้ Rack (งานที่ 1 ข้อ 1.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP จำนวน 1 เส้น และสายสำรองไว้ 1 เส้น
1.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 9 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบและติดตั้งสายสัญญาณมายังEthernet Switch (งานที่ 1 ข้อ 1.2)ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
2. งานที่ 2 ป้อมยามประตู 1 (Zone 2-(5))
2.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1
2.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 2 ข้อ 2.1)
2.3. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 6 core จากอาคาร A1 ห้อง 121 ถึงป้อมยามประตู 1 (ตู้ Rack (งานที่ 2 ข้อ 2.1)) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
2.4. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
2.5. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทางและปลายทาง
2.6. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 4 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายังEthernet Switch (งานที่ 2ข้อ 2.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
3. งานที่ 3 ศาลาเฟื้องฟ้ารมณีย์ (Zone 3-(5))
3.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1
3.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 3 ข้อ 3.1)
3.3. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 3 ข้อ 3.2) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
3.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 7 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายังEthernet Switch (งานที่ 3 ข้อ 3.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
4. งานที่ 4 อาคารหอพักพยาบาล 2 (Zone 4-(5))
4.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมของอาคารหอพักพยาบาล
4.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 4 ข้อ 4.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
4.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 3 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 4 ข้อ 4.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
5. งานที่ 5 อาคาร 100 ปีฝึกหัดครู (Zone 5-(1))
5.1. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 3 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
6. งานที่ 6 อาคารหอประชุม A1 (สำนักกิจการนักศึกษาเก่า)(Zone 6-(1))
6.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3ในตู้ Rackเดิมของอาคารหอพักพยาบาล
6.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 6 ข้อ 6.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
6.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 3 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 6 ข้อ 6.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
7. งานที่ 7 อาคารหอพักนักศึกษา D4 (Zone 7-(5))
7.1. ย้ายสายใยแก้วนำแสงเดิมจากอาคารหอพักพยาบาล 1 (D8-อาคารหอพักพยาบาล 1) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel ในตู้ Rack เดิมของอาคารหอพักนักศึกษา D4
7.2. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
7.3. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมของอาคารหอพักนักศึกษา D4
7.4. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทางและปลายทาง
7.5. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 7 ข้อ 7.3) กับสายใยแก้ว (งานที่ 7 ข้อ 7.1)
7.6. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 7 ข้อ 7.3) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
8. งานที่ 8 อาคารหอพักนักศึกษา D8 (Zone 8-(5))
8.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมของอาคารหอพักนักศึกษา D8
8.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 8 ข้อ 8.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
8.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 8 ข้อ 8.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
9. งานที่ 9 อาคารหอพักพยาบาล 1 (Zone 9-(5))
9.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมของอาคารหอพักพยาบาล 1
9.2. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 12 core จากอาคาร A1 ห้อง 121 ถึงอาคารหอพักพยาบาล 1 (ตู้ Rack เดิมของอาคารหอพักพยาบาล 1) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
9.3. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
9.4. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทางและปลายทาง
9.5. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 9 ข้อ 9.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
10. งานที่ 10 บริเวณบ้านพักอาจารย์ 2 (Zone 10-(5))
10.1. ติดตั้งตู้ Rack แบบ Outdoor สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 2
10.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 10 ข้อ 10.1)
10.3. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 6 core จากอาคารแฟลตอาจารย์ถึงบริเวณ บ้านพักอาจารย์ 2 (ตู้ Rack (งานที่ 10 ข้อ 10.1)) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
10.4. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
10.5. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อ สายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทางและปลายทาง
10.6. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 10 ข้อ 10.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
11. งานที่ 11 อพาร์ทเม้นท์อาจารย์-เจ้าหน้าที่ (Zone 11-(5))
11.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอพาร์ทเม้นท์อาจารย์-เจ้าหน้าที่
11.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 11ข้อ 11.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
11.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 11ข้อ 11.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
12. งานที่ 12 อาคารแฟลตอาจารย์ (Zone 12-(5))
12.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารแฟลตอาจารย์ และย้ายระบบอินเตอร์เน็ตเดิมมาใช้งาน Ethernet Switch ที่ติดตั้งใหม่ (งานที่ 12 ข้อ 12.1)
12.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 2 ในตู้ Rack เดิมอาคารแฟลตอาจารย์ สำหรับงานโครงการจัดซื้อระบบรักษาความปลอดภัยกล้องวงจรปิด
12.3. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 12 ข้อ 12.2) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
12.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 12 ข้อ 12.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
13. งานที่ 13 บริเวณบ้านพักอาจารย์ 1 (Zone 13-(5))
13.1. ติดตั้งตู้ Rack แบบ Outdoor สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 2
13.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 13ข้อ 13.1)
13.3. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 6 core จากอาคารแฟลตอาจารย์ถึงบริเวณบ้านพักอาจารย์ 1 (ตู้ Rack (งานที่ 13 ข้อ 13.1)) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
13.4. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
13.5. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทางและปลายทาง
13.6. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 3 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 13 ข้อ 13.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
14. งานที่ 14 อาคารทวารวดี (Zone 14-(3))
14.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารทวารวดี
14.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 14 ข้อ 14.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
14.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 14 ข้อ 14.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
15. งานที่ 15 บริเวณบ้านพักอาจารย์3 (Zone 15-(5))
15.1. ติดตั้งตู้ Rack แบบ Outdoor สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 2
15.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 15 ข้อ 15.1)
15.3. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 6 core จากอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์ ถึงบริเวณบ้านพักอาจารย์ 3 (ตู้ Rack (งานที่ 15ข้อ 15.1)) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
15.4. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
15.5. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทางและปลายทาง
15.6. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 15 ข้อ 15.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
16. งานที่ 16 บริเวณบ้านพักอาจารย์ 4 (Zone 16-(5))
16.1. ติดตั้งตู้ Rack แบบ Outdoor สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 2
16.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 16 ข้อ 16.1)
16.3. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 6 core จากบริเวณบ้านพักอาจารย์ 3 ถึงบริเวณบ้านพักอาจารย์ 4 (ตู้ Rack (งานที่ 16 ข้อ 16.1)) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
16.4. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
16.5. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทางและปลายทาง
16.6. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 16 ข้อ 16.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
17. งานที่ 17 บริเวณอาคารคหกรรม (Zone 17-(3))
17.1. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch กล้องวงจรปิดเดิมทั้งต้นทางและปลายทาง
17.2. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 7 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิมตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
18. งานที่ 18 บริเวณอาคารเทคโนโลยีการอาหาร (Zone 18-(3))
18.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารเทคโนโลยีการอาหาร
18.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 18 ข้อ 18.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
18.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 18 ข้อ 18.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
19. งานที่ 19 บริเวณทางเดินโรงอาหาร A1(Zone 19-(1))
19.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1
19.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 19 ข้อ 19.1)
19.3. ติดตั้งสายสัญญาณ UTP Cat5E เพื่อใช้เป็น Uplink จากตู้ Rack เดิมอาคารเทคโนโลยีการอาหารถึงตู้ Rack (งานที่ 19 ข้อ 19.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP จำนวน 1 เส้น และสายสำรองไว้ 1 เส้น
19.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 19 ข้อ 19.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
20. งานที่ 20 อาคารเรียนคณะวิทยาศาสตร์ (Zone 20-(3))
20.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 1 ในตู้ Rack เดิมอาคารเรียนคณะวิทยาศาสตร์ สำหรับเป็น Core Switch ของโครงการกล้องวงจรปิดในโครงการนี้
20.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 20ข้อ 20.1) กับ Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม
20.3. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทาง (งานที่ 20 ข้อ 20.1) และปลายทาง(อาคาร A1 ห้อง 121 และ อาคารศูนย์การเรียนรู้ห้อง Data Center)
20.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 4 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 20 ข้อ 20.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
21. งานที่ 21 อาคารเรียน A7(Zone 21-(4))
21.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1
21.2. ย้าย Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิมจากตู้ Rack เก่ามายังตู้ Rack ใหม่ (งานที่ 20 ข้อ 21.1)
21.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 21 ข้อ 21.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
22. งานที่ 22 อาคารปฐมวัย (Zone 22-(2))
22.1. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 4 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
23. งานที่ 23 อาคารเรียน UBI ชั้น 1 (Zone 23-(3))
23.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1
23.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 23 ข้อ 23.1)
23.3. ติดตั้งสายสัญญาณ UTP Cat5E เพื่อใช้เป็น Uplink จากตู้ Rack เดิมอาคารเรียน UBI ชั้น 4 ถึงตู้ Rack (งานที่ 23ข้อ 23.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP จำนวน 1 เส้น และสายสำรองไว้ 1 เส้น
23.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 6 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 23 ข้อ 23.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
24. งานที่ 24 อาคารเรียนก่อสร้าง (Zone 24-(3))
24.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารเรียนก่อสร้าง
24.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 24ข้อ 24.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
24.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 4 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 24 ข้อ 24.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
25. งานที่ 25 ลานจอดรถประตู 3 (Zone 25-(5))
25.1. ติดตั้งตู้ Rack แบบ Outdoor สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 2
25.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 2 ในตู้ Rack เดิมอาคารสำนักกิจการนักศึกษา ชั้น 3
25.3. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 25 ข้อ 25.1)
25.4. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 6 core จากอาคารสำนักกิจการนักศึกษา ชั้น 3 ถึงลานจอดรถประตู 3 (ตู้ Rack (งานที่ 25ข้อ 25.1)) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
25.5. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
25.6. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทาง (งานที่ 25 ข้อ 25.2) และปลายทาง (งานที่ 25 ข้อ 25.3)
25.7. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 11 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 25 ข้อ 25.3) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
26. งานที่ 26 อาคารสำนักกิจการนักศึกษา ชั้น 1 (Zone 26-(5))
26.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1 อาคารสำนักกิจการนักศึกษา ชั้น 1
26.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 26 ข้อ 26.1)
26.3. ติดตั้งสายสัญญาณ UTP Cat5E เพื่อใช้เป็น Uplink จากตู้ Rack อาคารสำนักกิจการนักศึกษา ชั้น 4 (งานที่ 25 ข้อ 25.2) ถึงตู้ Rack (งานที่ 26 ข้อ 26.1)ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP จำนวน 1 เส้น และสายสำรองไว้ 1 เส้น
26.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 4 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 26 ข้อ 26.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
27. งานที่ 27 อาคารเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ (Zone 27-(3))
27.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ชั้น 1
27.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 27 ข้อ 27.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
27.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 4 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 27 ข้อ 27.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
28. งานที่ 28 อาคารเรียนเกษตร (Zone 28-(3))
28.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารเรียนเกษตร
28.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 28 ข้อ 28.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
28.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 6 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 28 ข้อ 28.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
29. งานที่ 29 อาคารเรียน A5 (Zone 29-(3))
29.1. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 4 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
30. งานที่ 30 อาคารเรียน A3 (Zone 30-(3))
30.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารเรียน A3
30.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 30 ข้อ 30.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
30.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 6 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 30 ข้อ 30.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
31. งานที่ 31 อาคารเรียน A6 (Zone 31-(3))
31.1. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 6 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
32. งานที่ 32 อาคารเรียนโลจิสติกส์ (Zone 32-(3))
32.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารเรียนโลจิสติกส์ชั้น 2
32.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 32 ข้อ 32.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
32.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 32 ข้อ 32.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
33. งานที่ 33 โรงอาหาร A6 ทั้ง 2 อาคาร (Zone 33-(3))
33.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1 โรงอาหาร A6 หลังใหม่
33.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 33 ข้อ 33.1)
33.3. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 6 core จากอาคารเรียน A6 ชั้น 2 ถึงโรงอาหาร A6 หลังใหม่ (ตู้ Rack (งานที่ 33ข้อ 33.1)) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
33.4. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
33.5. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1 Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทาง (อาคารเรียน A6 ชั้น 2) และปลายทาง (งานที่ 33ข้อ 33.2)
33.6. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 6 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 33 ข้อ 33.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
34. งานที่ 34 อาคารเรียนพละศึกษา (Zone 34-(3))
34.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารเรียนพละศึกษา
34.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 34 ข้อ 34.1) กับสายใยแก้วนำแสงเดิม
34.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 34 ข้อ 34.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
35. งานที่ 35 โรงยิมบริเวณสนามฟุตซอล (Zone 35-(5))
35.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1อาคารโรงยิมบริเวณสนามฟุตซอล
35.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 35 ข้อ 35.1)
35.3. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 6 core จากอาคารเรียนพละศึกษาชั้น 2 ถึงอาคารโรงยิมบริเวณสนามฟุตซอล (ตู้ Rack (งานที่ 35 ข้อ 35.1)) พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
35.4. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
35.5. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทาง (งานที่ 34 ข้อ 34.1) และปลายทาง (งานที่ 35 ข้อ 35.2)
35.6. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 4 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 35 ข้อ 35.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
36. งานที่ 36 อาคารอำนวยการ 15 ชั้น (Zone 36-(5))
36.1. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
37. งานที่ 37 อาคารสำนักวิทยบริการ (Zone 37-(3))
37.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารสำนักวิทยบริการชั้น 1
37.2. ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode ขนาดไม่น้อยกว่า 6 core จากอาคารศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 1 ห้อง Data Center ถึงอาคารสำนักวิทยบริการชั้น 1 พร้อมถาดเก็บหัวสาย และ Patch panel
37.3. เข้าหัวสายใยแก้วนำแสงทั้งต้นทางและปลายทาง
37.4. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทาง (อาคารศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 1 ห้อง Data Center) และปลายทาง (งานที่ 37 ข้อ 37.1)
37.5. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 37 ข้อ 37.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
38. งานที่ 38 อาคารเชื่อมห้องสมุด 5 ชั้น (Zone 38-(3))
38.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 1 ในตู้ Rack เดิมอาคารศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 1 ห้อง Data Center สำหรับเป็น Core Switch ของโครงการกล้องวงจรปิดในโครงการนี้
38.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 38 ข้อ 38.1) กับ Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม
38.3. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทาง (งานที่ 38 ข้อ 38.1) และปลายทาง(อาคาร A1 ห้อง 121 และ อาคารเรียนคณะวิทยาศาสตร์)
38.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 1 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 38 ข้อ 38.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
39. งานที่ 39 ลานจอดรถสำนักคอมพิวเตอร์ (Zone 39-(3))
39.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack เดิมอาคารศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 2
39.2. ติดตั้งสายสัญญาณ UTP Cat5E เพื่อใช้เป็น Uplink จากตู้ Rack อาคารศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 1 ห้อง Data Center (งานที่ 38 ข้อ 38.2) ถึงตู้ Rack (งานที่ 39ข้อ 39.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP จำนวน 1 เส้น และสายสำรองไว้ 1 เส้น
39.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 39 ข้อ 39.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
40. งานที่ 40 อาคารนิติศาสตร์ (Zone 40-(3))
40.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1 อาคารนิติศาสตร์
40.2. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 ในตู้ Rack (งานที่ 40 ข้อ 40.1)
40.3. ติดตั้งสายสัญญาณ UTP Cat5E เพื่อใช้เป็น Uplink จากตู้ Rack อาคารศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 1 ห้อง Data Center (งานที่ 38 ข้อ 38.2) ถึงตู้ Rack (งานที่ 40 ข้อ 40.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP จำนวน 1 เส้น และสายสำรองไว้ 1 เส้น
40.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 40 ข้อ 40.1) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
41. งานที่ 41 อาคารเรียน A2 (Zone 41-(3))
41.1. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
42. งานที่ 42 อาคารเรียน A4 (Zone 42-(3))
42.1. ติดตั้งตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1 อาคารเรียน A4
42.2. ย้าย Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิมพร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมายังตู้ Rack (งานที่ 42 ข้อ 42.1)
42.3. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 7 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 42 ข้อ 42.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
43. งานที่ 43 อาคารเรียน A1 ฝั่งโรงอาหาร (Zone 43-(1))
43.1. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม (อาคารเรียน A1 ห้อง 1312)ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
44. งานที่ 44 อาคารเรียน A1 ฝั่งสนามบอล (Zone 44-(1))
44.1. ติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 1ในตู้ Rack เดิมอาคารเรียน A1ชั้น 2 ห้อง 121 สำหรับเป็น Core Switch ของโครงการกล้องวงจรปิดในโครงการนี้
44.2. เชื่อมต่อ Ethernet Switch (งานที่ 44 ข้อ 44.1) กับ Ethernet Switch ของกล้องวงจรปิดเดิม
44.3. ติดตั้งโมดูลความเร็ว 1Gb หรือดีกว่าพร้อมสาย Fiber Patch Cord ความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงเข้ากับ Ethernet Switch ทั้งต้นทาง (งานที่ 44 ข้อ 44.1) และปลายทาง(อาคารศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 1 ห้อง Data Center และ อาคารเรียนคณะวิทยาศาสตร์)
44.4. ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 3 ชุดตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ และติดตั้งสายสัญญาณมายัง Ethernet Switch (งานที่ 44ข้อ 44.2) ตามรายละเอียดว่าด้วยการติดตั้งสายสัญญาณ UTP
45. งานที่ 45 ติดตั้งระบบควบคุมกล้องวงจรปิด
45.1. ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายสำหรับประมวลผลสัญญาณภาพ จำนวน 4 ชุด พร้อม LED TV สำหรับมอนิเตอร์ระบบ จำนวน 6 ชุด ตามตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยกำหนดการติดตั้งให้รวมถึงระบบสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
45.2. ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับบริหารจัดการกล้องวงจรปิดจำนวน 5 ชุด สำหรับประมวลผลข้อมูลวงจรปิด พร้อม อุปกรณ์สลับสัญญาณจอภาพ แป้นพิมพ์และเมาส์ (KVM Switch) ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 1 ห้อง Data Center การติดตั้งให้รวมถึงระบบสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
45.3. ติดตั้งอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด (Storage) จำนวน 1 ชุดที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 1 ห้อง Data Center การติดตั้งให้รวมถึงระบบสายสัญญาณต่างๆ พร้อม Storage Switch สำหรับเครื่องแม่ข่ายและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
45.4. ซอฟต์แวร์ควบคุมการบันทึกและแสดงภาพจากระบบกล้องวงจรปิด จำนวน 1 ระบบเพื่อควบคุมการทำงานของระบบกล้องวงจรปิดโครงการนี้
45.5. จัดส่งเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสำหรับตรวจสอบการทำงานของกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ชุด
45.6. ปรับแต่งระบบเครือข่ายและระบบกล้องให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความเหมาะสม โดยระบบเครือข่ายให้อ้างอิงจากแบบระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัย
ข้อกำหนดที่ 4 รายละเอียดการติดตั้งสายสัญญาณ และคุณลักษณะอุปกรณ์
1. รายละเอียดการติดตั้งระบบสายสัญญาณ UTP ชนิด Indoor
1.1. อุปกรณ์และวัสดุทุกชิ้นที่นำมาใช้ในการติดตั้งในงานนี้จะต้องมีตัวอย่างหรือเอกสารแสดงของข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์ ที่จะนำมาติดตั้งในงานนี้และจะต้องเป็นของใหม่ ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน
1.2. การติดตั้งระบบ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติวัสดุและแบบจากผู้ควบคุมงานของทางมหาวิทยาลัยก่อน ในระหว่างการติดตั้งหากจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ต่างออกไปจากที่ได้รับรองแล้วต้องขออนุมัติก่อนดำเนินการทุกครั้ง
1.3. การติดตั้งท่อร้อยสาย ให้ใช้ตามลักษณะงานดังต่อไปนี้
1.3.1.ท่อ RSC (Rigid Steel Conduit) หรือ IMC (Intermediate Metallic Conduit) ใช้ในการเดินสายภายในอาคารในกรณีที่ต้องฝังในกำแพงหรือในพื้นที่ทำด้วยอิฐหรือคอนกรีต
1.3.2.ท่อ EMT (Electrical Metallic Tubing) หรือ ท่อยูพีวีซีชนิดหนา (Rigid uPVC Conduit) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 1/2" และต้องใช้ Support หรือ ตัวยึดท่อจับยึดกับพนังอาคารที่เหมะสม ใช้ในการเดินสายภายในอาคาร และในกรณีที่ต้องเดินซ่อนไว้ในฝ้าเพดาน ใต้พื้น หรือในผนังไม้ หรือวัสดุอื่นที่ไม่ใช่อิฐหรือคอนกรีต ที่มีช่องว่างในผนังสามารถใช้เฟล็กอ่อน หรือ ท่ออ่อนลายลูกฟูก แทนการใช้ท่อได้ ตามความเหมาะสมของพื้นที่
1.3.3.การติดตั้งท่อในพื้นที่ที่มีการโค้งงอจำนวนมากสามารถใช้เฟล็กอ่อนหรือท่ออ่อนกันน้ำได้ ตามความเหมาะสมของพื้นที่
1.3.4.การเดินสายภายในห้องให้ใช้ราง PVC ขนาดไม่ต่ำกว่า 1 นิ้ว และในกรณีที่อยู่บนฝาเพดานให้ใช้เฟล็ก อ่อนขนาดไม่ต่ำกว่า 1/2"
1.3.5.ในการติดตั้งอุปกรณ์ร้อยสาย จำนวนและขนาดของท่อ/ราง จะต้องมีเพียงพอ เพื่อให้มีที่ว่างเหลือไม่น้อยกว่า 30% หลังจากติดตั้งงานเสร็จแล้ว ช่องท่อหรือ จุดเชื่อมต่อ ให้มีการปิดหรือ อุดด้วยวัสดุที่เหมาะสมซึ่งเป็นฉนวนความร้อนและ กันน้ำ และหนู
1.3.6.สาย UTP ที่แขวนลอยในอากาศให้เดินในท่อ HDPE ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 1/2” และมี Lashing cable พันกับสลิง
1.3.7.ห้ามนำสายสัญญาณชนิดอื่น หรือ สายไฟฟ้ามาไว้ไนราง หรือ ท่อเดียวกันกับสาย UTP โดยเด็ดขาด
1.3.8.คณะกรรมการควบคุมงานสามารถเปลี่ยนแปลงวัสดุในการติดตั้งเพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่ที่ติดตั้ง
1.4. การทำป้าย (Label) โดยจุดที่ต้องมีป้ายมีดังนี้
1.4.1.หน้า Patch panel
1.4.2.ปลายสายฝั่ง Switch และ Box outlet ในกรณีที่ไม่มีการติดตั้ง Box outlet ให้ทำ Label ไว้ที่ปลายสายฝั่งอุปกรณ์
1.4.3.วัสดุที่ทำ Label ต้อง เป็นวัสดุที่มีความทนทานติดแน่นไม่หลุดง่าย ตัวเลข และตัวอักษร ที่แสดงบน Label ต้องชัดเจน และไม่ลบเลือนจากการเสียดสี หรือจากความร้อนและจากความชื้น
1.4.4.กรณีที่เป็นสาย Uplink ต้องมีคำว่า “Uplink” และต้องระบุปลายทางของสายด้วยว่าเชื่อมต่อมาจากห้องใดและเป็นสายหมายเลขที่เท่าใด
2. รายละเอียดการติดตั้งระบบสายสัญญาณ UTP ชนิด Outdoor
2.1. อุปกรณ์และวัสดุทุกชิ้นที่นำมาใช้ในการติดตั้งในงานนี้จะต้องมีตัวอย่างหรือเอกสารแสดงของข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์ที่จะนำมาติดตั้งในงานนี้ และจะต้องเป็นของใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน
2.2. การติดตั้งระบบจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติวัสดุและแบบจากผู้ควบคุมงานของทางมหาวิทยาลัยก่อน ในระหว่างการติดตั้งหากจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ต่างออกไปจากที่ได้รับรองแล้วต้องขออนุมัติก่อนดำเนินการทุกครั้ง
2.3. การติดตั้งท่อร้อยสาย ให้ใช้ตามลักษณะงานดังต่อไปนี้
2.3.1.ท่อ RSC (Rigid Steel Conduit) หรือ IMC (Intermediate Metallic Conduit) ใช้ในการเดินสายภายในอาคารในกรณีที่ต้องฝังในกำแพงหรือในพื้นที่ทำด้วยอิฐหรือคอนกรีต
2.3.2.ท่อ EMT (Electrical Metallic Tubing) หรือ ท่อ ยูพีวีซี ชนิดหนา (Rigid uPVC Conduit) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 1/2" และต้อง ใช้ Support หรือ ตัวยึดท่อ จับยึดกับพนังอาคารที่เหมะสม ใช้ในการเดินสายภายในอาคาร และในกรณีที่ต้องเดินซ่อนไว้ในฝ้าเพดานใต้พื้น หรือในผนังไม้ หรือวัสดุอื่นที่ไม่ใช่อิฐหรือคอนกรีตที่มีช่องว่างในผนัง สามารถใช้เฟล็กอ่อน หรือท่ออ่อนลายลูกฟูก แทนการใช้ท่อได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่
2.3.3.การติดตั้งท่อในพื้นที่ที่มีการโค้งงอจำนวนมากสามารถใช้เฟล็กอ่อนหรือท่ออ่อนกันน้ำได้ ตามความเหมาะสมของพื้นที่
2.3.4.การเดินสายภายในห้องให้ใช้ราง PVC ขนาดไม่ต่ำกว่า 1 นิ้ว และในกรณีที่อยู่บนฝาเพดานให้ใช้เฟล็ก อ่อนขนาดไม่ต่ำกว่า 1/2"
2.3.5.ในการติดตั้งอุปกรณ์ร้อยสายจำนวนและขนาดของท่อ/ราง จะต้องมีเพียงพอเพื่อให้มีที่ว่างเหลือไม่น้อยกว่า 30% หลังจากติดตั้งงานเสร็จแล้วช่องท่อหรือ จุดเชื่อมต่อให้มีการปิดหรือ อุดด้วยวัสดุที่เหมาะสมซึ่งเป็นฉนวนความร้อนและกันน้ำ และหนู
2.3.6.สาย UTP ที่แขวนลอยในอากาศ หากสายไม่มีฉนวนป้องกันหนูและกระรอก ให้เดินในท่อ HDPE ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 1/2” และมี Lashing cable พันกับสลิงในกรณีที่สายไม่มีสลิงในตัว
2.3.7.ห้ามนำสายสัญญาณชนิดอื่น หรือ สายไฟฟ้ามาไว้ไนราง หรือ ท่อเดียวกันกับสาย UTP โดยเด็ดขาด
2.3.8.คณะกรรมการควบคุมงานสามารถเปลี่ยนแปลงวัสดุในการติดตั้งเพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่ที่ติดตั้ง
2.4. การทำป้าย (Label) โดยจุดที่ต้องมีป้ายมีดังนี้
2.4.1.หน้า Patch panel
2.4.2.ปลายสายฝั่ง Switch และ Box outlet ในกรณีที่ไม่มีการติดตั้ง Box outlet ให้ทำ Label ไว้ที่ปลายสายฝั่งอุปกรณ์
2.4.3.วัสดุที่ทำ Label ต้องเป็นวัสดุที่มีความทนทานติดแน่นไม่หลุดง่าย ตัวเลข และตัวอักษร ที่แสดงบน Label ต้องชัดเจน และไม่ลบเลือนจากการ เสียดสี หรือจากความร้อนและจากความชื้น
2.4.4.กรณีที่เป็นสาย Uplink ต้องมีคำว่า “Uplink” และต้องระบุปลายทางของสายด้วยว่าเชื่อมต่อมาจากห้องใดและเป็นสายหมายเลขที่เท่าใด
3. การเดินสายใยแก้วนำแสง
3.1. อุปกรณ์และวัสดุทุกชิ้นที่นำมาใช้ในการติดตั้งในงานนี้จะต้องมีตัวอย่างหรือเอกสารแสดงของข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์ที่จะนำมาติดตั้งในงานนี้ และจะต้องเป็นของใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน
3.2. การติดตั้งระบบจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติวัสดุและแบบจากผู้ควบคุมงานของทางมหาวิทยาลัยก่อนในระหว่างการติดตั้งหากจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ต่างออกไปจากที่ได้รับรองแล้วต้องขออนุมัติก่อนดำเนินการทุกครั้ง
3.3. การติดตั้งท่อร้อยสายให้ใช้ตามลักษณะงานดังต่อไปนี้
3.3.1.ท่อ RSC (Rigid Steel Conduit) หรือ IMC (Intermediate Metallic Conduit) ใช้ในการเดินสายภายในอาคารในกรณีที่ต้องฝังในกำแพงหรือในพื้นที่ทำด้วยอิฐหรือคอนกรีต
3.3.2.ท่อ EMT (Electrical Metallic Tubing) หรือ ท่อ ยูพีวีซี ชนิดหนา (Rigid uPVC Conduit) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 1/2" และต้อง ใช้ Support หรือ ตัวยึดท่อ จับยึดกับพนังอาคารที่เหมะสม ใช้ในการเดินสายภายในอาคาร และในกรณีที่ต้องเดินซ่อนไว้ในฝ้าเพดาน ใต้พื้น หรือในผนัง ไม้ หรือวัสดุอื่นที่ไม่ใช่อิฐหรือคอนกรีตที่มีช่องว่างในผนังสามารถใช้เฟล็กอ่อน หรือ ท่ออ่อนลายลูกฟูก แทนการใช้ท่อได้ ตามความเหมาะสมของพื้นที่
3.3.3.การติดตั้งท่อในพื้นที่ที่มีการโค้งงอจำนวนมากสามารถใช้เฟล็กอ่อนหรือท่ออ่อนกันน้ำได้ ตามความเหมาะสมของพื้นที่
3.3.4.ในการติดตั้งอุปกรณ์ร้อยสายจำนวนและขนาดของท่อ/ราง จะต้องมีเพียงพอเพื่อให้มีที่ว่างเหลือไม่น้อยกว่า 30% หลังจากติดตั้งงานเสร็จแล้วช่องท่อหรือ จุดเชื่อมต่อให้มีการปิดหรือ อุดด้วยวัสดุที่เหมาะสมซึ่งเป็นฉนวนความร้อนและ กันน้ำ และหนู
3.3.5.สายใยแก้วนำแสงที่แขวนลอยในอากาศให้มีสลิง
3.4. การทำป้าย (Label) โดยจุดที่ต้องมีป้ายมีดังนี้
3.4.1.หน้า Patch panel ทั้งสองฝั่ง
3.4.2.ปลายสายฝั่ง Switch ทั้งสองฝั่ง
3.4.3.วัสดุที่ทำ Label ต้อง เป็นวัสดุที่มีความทนทานติดแน่นไม่หลุดง่าย ตัวเลข และตัวอักษร ที่แสดงบน Label ต้องชัดเจน และไม่ลบเลือนจากการเสียดสี หรือจากความร้อนและจากความชื้น
4. รายละเอียดการติดตั้งรางเหล็กแบบมีฝาปิด
4.1. รางร้อยสายมีขนาดไม่น้อยกว่า 2”x3” และหลังการร้อยสายในรางต้องมีขนาดของเนื้อที่ในรางร้อยสายเหลือไม่น้อยกว่า 20%
4.2. ยึดกับตัวอาคารระยะห่างไม่มากกว่า 2 เมตร
4.3. การเชื่อมต่อรางร้อยสายระหว่างชั้นให้ใช้ท่อร้อยสายขนาดไม่น้อยกว่า 1” หรือรางร้อยสายมีขนาดไม่น้อยกว่า 2”x3” และหลังการร้อยสายในรางต้องมีขนาดของเนื้อที่ในรางร้อยสายเหลือไม่น้อยกว่า 20%
5. คุณลักษณะกล้องวงจรปิด
5.1. กล้องโทรทัศน์วงจรปิดแบบเครือข่ายชนิดติดตั้งอยู่กับที่ (Fixed Camera box IP Bullet Outdoor Camera) แบบติดตั้งภายนอก (Outdoor)
5.2. เป็นกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดสีแบบเครือข่าย (IP Camera) มีคุณภาพสูงสามารถใช้งานได้ดีทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน (Day/Night) รวมทั้งในสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงระดับแสงค่อนข้างมาก
5.3. มีเซ็นเซอร์การรับภาพแบบ CMOS หรือ CCD ขนาดไม่น้อยกว่า 1/3 นิ้ว
5.4. มีเลนส์ที่อยู่ในช่วง 3-9mm. หรือกว้างกว่า และกล้องที่เสนอสามารถกำหนดขนาดเลนส์ให้เหมาะสมกับหน้างานที่ติดตั้ง โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการผู้ควบคุมงาน
5.5. มี IR LED สามารถครอบคลุมได้ในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร
5.6. มี IR Cut Filter (ICR) เพื่อรองรับการทำงานในแบบ Day/Night
5.7. ได้รับมาตรฐาน ONVIF ซึ่งเป็น Protocol ในอุตสาหกรรมกล้องวงจรปิดแบบเครือข่าย
5.8. มีความละเอียดของภาพที่บันทึกเทียบเท่า 2048x1536pixel หรือ 3M (Megapixel) หรือดีกว่า
5.9. มีค่า Video Frame rate ไม่น้อยกว่า 30fps ที่ความละเอียด Full HD และ 15 fps ที่ความละเอียด 3Mหรือดีกว่า
5.10. มีความไวแสงต่ำสุดในการรับภาพโหมดภาพสีเท่ากับ 0.5 lux หรือต่ำกว่า และเท่ากับ 0.05 lux หรือต่ำกว่าในโหมดภาพขาว-ดำ
5.11. มีระบบตรวจสอบความเคลื่อนไหว (Motion Detection)
5.12. รองรับ Protocol ต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย IPv4, IPv6, HTTP, DHCP
5.13. กล้องที่เสนอต้องมีพอร์ต Ethernet แบบ 10/100Base-T (RJ45) หรือดีกว่า จำนวนไม่น้อยกว่า 1 พอร์ต
5.14. กล้องที่เสนอต้องทำงานผ่านระบบเครือข่ายด้วย Web Browser อย่างน้อย Internet Explorer และ Software Control ได้
5.15. สามารถส่งสัญญาณภาพแบบบีบอัดภาพ (Compression) ตามมาตรฐาน MPEG-4 หรือ Motion JPEG หรือ H.264 เป็นอย่างน้อย
5.16. สามารถตั้งรหัสผ่านที่กล้องได้เพื่อป้องกันการเข้าใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต
5.17. กล้องที่เสนอต้องสามารถใช้งานตามมาตรฐาน POE (IEEE802.3af)
5.18. สามารถปรับชดเชยแสงได้ (White Balance)
5.19. สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิระหว่าง -10 ถึง +50 องสาเซลเซียส หรือดีกว่า
5.20. เป็นกล้องที่ได้รับมาตรฐาน IP66 หรือดีกว่า
5.21. ต้องมีการรับประกันกล้องอย่างน้อย 3 ปี 24 ชั่วโมง 7 วันทำการ
5.22. ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการแผ่กระจายแม่เหล็กไฟฟ้า FCC
5.23. ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย UL หรือ CE
5.24. ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากโซนยุโรป หรือ อเมริกา เท่านั้น และสินค้าที่เสนอต้องเป็นสินค้า Original Product และไม่ใช่สินค้า OEM โดยมีหลักฐานมาแสดงต่อคณะกรรมการพิจารณาคุณลักษณะ
6. อุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 1 (12 SFP L3)
6.1. มีพอร์ต Gigabit Ethernet ชนิด SFP จำนวนไม่น้อยกว่า 12 พอร์ต
6.2. เป็นอุปกรณ์Gigabit Ethernet ที่สามารถทำงานในระดับ Layer 2 และ Layer 3 ได้
6.3. มี Switching Capacityขนาดไม่น้อยกว่า 144Gbps
6.4. มีประสิทธิภาพในการส่งผ่านข้อมูล Forwarding rate ไม่น้อยกว่า 100Mpps
6.5. สามารถสนับสนุนจำนวน MAC Addresses ไม่น้อยกว่า 12,000 Addresses
6.6. สามารถทำ VLAN ตามมาตรฐาน IEEE802.1p และ IEEE802.1Q
6.7. สามารถรองรับการทำ VLAN ได้ไม่น้อยกว่า 4000 VLAN
6.8. สามารถรองรับมาตรฐานดังต่อไปนี้
6.8.1.IEEE 802.1D Spanning Tree Protocol
6.8.2.IEEE 802.1w Rapid Spanning Tree Protocol
6.8.3.IEEE 802.1s Multiple Spanning Tree Protocol
6.8.4.IEEE 802.1x Port Authentication
6.8.5.IEEE 802.1ab
6.8.6.IEEE 802.1p
6.9. สามารถทำ Port Aggregation ตามมาตรฐาน IEEE802.3ad ได้
6.10. สามารถทำงานกับ IPv6 ได้อย่างน้อย
6.10.1. Dual Stack
6.10.2. ICMPv6
6.10.3. IPv6 Addressing
6.10.4. IPv6 static routing
6.11. สามารถทำ Port Mirroring ได้
6.12. สามารรองรับการทำ Routing ได้อย่างน้อยดังนี้ Static routing, RIP v1/v2, OSPF
6.13. สนับสนุนระบบ Network Management ตามมาตรฐาน SSH, CLI, SNMPv3 และ RMON
6.14. มีซอฟต์แวร์บริหารและจัดการผ่านทาง GUI
6.15. อุปกรณ์ต้องสามารถติดตั้งบน Rack 19” ได้
6.16. สามารถทำงานกับระบบไฟฟ้าในประเทศไทยแบบ 220 VAC, 50Hz ได้
6.17. ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการแผ่กระจายแม่เหล็กไฟฟ้า FCC พร้อมเอกสารหลักฐาน
6.18. ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยด้านไฟฟ้า UL พร้อมเอกสารหลักฐาน
7. อุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 2 (POE 24 + 4SFP)
7.1. มีพอร์ต Gigabit Ethernet แบบ 10/100/1000BaseTX จำนวนไม่น้อยกว่า 24พอร์ต
7.2. มีพอร์ต Gigabit Ethernet ชนิด SFP จำนวนไม่น้อยกว่า 4 พอร์ตหากมีไม่ครบ 4 พอร์ต สามารถใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อให้ใช้งานได้ครบ 4 พอร์ต
7.3. มี Switching Capacityขนาดไม่น้อยกว่า 56Gbps
7.4. มีประสิทธิภาพในการส่งผ่านข้อมูล Forwarding rate ไม่น้อยกว่า 40Mpps
7.5. สามารถสนับสนุนจำนวน MAC Addresses ไม่น้อยกว่า 8,000 Addresses
7.6. สามารถทำ VLAN ตามมาตรฐาน IEEE802.1p และ IEEE802.1Q
7.7. สามารถทำ Spanning tree ตามมาตรฐาน IEEE802.1D, IEEE802.1w และ IEEE802.1s
7.8. สามารถทำ Port Aggregation ตามมาตรฐาน IEEE802.3ad ได้
7.9. สามารถทำ Authentication ตามมาตรฐาน 802.1X
7.10. สามารถทำ Port Mirroring ได้
7.11. สามารถทำ VLAN ได้ไม่น้อยกว่า 250 Active VLAN
7.12. สามารถทำงานตามมาตรฐาน IEEE 802.1af POE ได้ โดยอุปกรณ์จะต้องสามารถใช้งานระบบ POE ได้ไม่น้อยกว่า 12 พอร์ตพร้อมๆ กันและแต่ละพอร์ตต้องสามารถจ่ายไฟได้ไม่น้อยกว่า 15w พร้อมๆ กัน และจ่ายไฟรวมได้ไม่น้อยกว่า 180w
7.13. สามารถทำงานกับ IPv6 ได้อย่างน้อย IPv6/IPv4Dual Stack, ICMPv6, Path MTU
7.14. สนับสนุนระบบ Network Management ตามมาตรฐาน SSH, CLI, SNMPv3 และ RMON
7.15. มีซอฟต์แวร์บริหารและจัดการผ่านทาง GUI
7.16. อุปกรณ์ต้องสามารถติดตั้งบน Rack 19” ได้
7.17. สามารถทำงานกับระบบไฟฟ้าในประเทศไทยแบบ 220 VAC, 50Hz ได้
7.18. ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการแผ่กระจายแม่เหล็กไฟฟ้า FCC พร้อมเอกสารหลักฐาน
7.19. ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยด้านไฟฟ้า UL หรือ CE พร้อมเอกสารหลักฐาน
8. อุปกรณ์กระจายสัญญาณ Ethernet Switch ชนิดที่ 3 (POE 24 + 2SFP)
8.1. มีพอร์ต Gigabit Ethernet แบบ 10/100/1000BaseTX จำนวนไม่น้อยกว่า 24พอร์ต
8.2. มีพอร์ต Gigabit Ethernet ชนิด SFP จำนวนไม่น้อยกว่า 2 พอร์ต
8.3. มี Switching Capacityขนาดไม่น้อยกว่า 56Gbps
8.4. มีประสิทธิภาพในการส่งผ่านข้อมูล Forwarding rate ไม่น้อยกว่า 40Mpps
8.5. สามารถสนับสนุนจำนวน MAC Addresses ไม่น้อยกว่า 8,000 Addresses
8.6. สามารถทำ VLAN ตามมาตรฐาน IEEE802.1p และ IEEE802.1Q
8.7. สามารถทำ Spanning tree ตามมาตรฐาน IEEE802.1D, IEEE802.1w และ IEEE802.1s
8.8. สามารถทำ Port Aggregation ตามมาตรฐาน IEEE802.3ad ได้
8.9. สามารถทำ Authentication ตามมาตรฐาน 802.1X
8.10. สามารถทำ Port Mirroring ได้
8.11. สามารถทำ VLAN ได้ไม่น้อยกว่า 250 Active VLAN
8.12. สามารถทำงานตามมาตรฐาน IEEE 802.1af POE ได้ โดยอุปกรณ์จะต้องสามารถใช้งานระบบ POE ได้ไม่น้อยกว่า 12 พอร์ตพร้อมๆ กันและแต่ละพอร์ตต้องสามารถจ่ายไฟได้ไม่น้อยกว่า 15w พร้อมๆ กัน และจ่ายไฟรวมได้ไม่น้อยกว่า 180w
8.13. สามารถทำงานกับ IPv6 ได้อย่างน้อย IPv6/IPv4Dual Stack, ICMPv6, Path MTU
8.14. สนับสนุนระบบ Network Management ตามมาตรฐาน SSH, CLI, SNMPv3 และ RMON
8.15. มีซอฟต์แวร์บริหารและจัดการผ่านทาง GUI
8.16. อุปกรณ์ต้องสามารถติดตั้งบน Rack 19” ได้
8.17. สามารถทำงานกับระบบไฟฟ้าในประเทศไทยแบบ 220 VAC, 50Hz ได้
8.18. ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการแผ่กระจายแม่เหล็กไฟฟ้า FCC พร้อมเอกสารหลักฐาน
8.19. ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยด้านไฟฟ้า UL หรือ CE พร้อมเอกสารหลักฐาน
9. เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายสำหรับประมวลผลสัญญาณภาพ
9.1. มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
9.1.1.เป็น CPU Intel core i5 หรือเทียบเท่าหรือสูงกว่า มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 4 แกนหลัก (4 core) หรือ 8 แกนเสมือน (8 Thread) และมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาไม่น้อยกว่า 3.4 GHz
9.1.2.มีหน่วยความจำแบบ L3 Cache Memory ไม่น้อยกว่า 8 MB จำนวน 1 หน่วย
9.2. มีแผงวงจรหลัก (main board) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
9.2.1.Chipset ต้องเป็นเครื่องหมายการค้าเดียวกับหน่วยประมวลผลกลางที่เสนอ
9.2.2.Chipset ต้องรองรับความเร็วของ System Bus สูงไม่น้อยกว่า 1600 MHz หรือสูงกว่า
9.2.3.Chipset ต้องรองรับการทำงานของหน่วยความจำหลักชนิด Dual-Channel DDR3 หรือ ดีกว่า
9.2.4.BIOS ต้องเป็นเครื่องหมายการค้าเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์
9.3. มีหน่วยความจำหลักชนิด DDR3 หรือดีกว่า รวมกันไม่น้อยกว่า 8 GB
9.4. มีระบบควบคุมฮาร์ดดิสก์ตามมาตรฐาน SATA หรือดีกว่า และควบคุมได้ไม่น้อยกว่า 4 อุปกรณ์
9.5. มีฮาร์ดดิสก์ตามมาตรฐาน SATA หรือดีกว่า มีความเร็วการหมุนไม่น้อยกว่า 7200 รอบต่อนาที ขนาดไม่น้อยกว่า 2TB จำนวน 1 ตัว
9.6. มีอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่สามารถอ่านและเขียน Card slot หรือ Card Reader สื่อบันทึกข้อมูลภายนอกได้อย่างน้อย 5 ชนิด
9.7. มีไดร์ฟแบบ DVD สามารถอ่านและบันทึกแผ่นซีดี ดีวีดี และรองรับ Double Layer และ Dual Format ความเร็วอย่างน้อย 24X
9.8. มีพอร์ตสัญญาณสื่อสารสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆอย่างน้อยดังนี้
9.8.1.พอร์ตสำหรับต่อจอภาพแบบ VGA หรือ DVI จำนวนไม่น้อยกว่า 1 พอร์ต และ HDMI จำนวนไม่น้อยกว่า 2 พอร์ต
9.8.2.พอร์ตแบบ USB 2.0 จำนวนไม่น้อยกว่า 8 พอร์ต โดยต้องมีพอร์ตด้านหน้าเครื่องไม่น้อยกว่า 4 พอร์ต และUSB 3.0 อย่างน้อย 1 พอร์ต
9.9. มีวงจรสำหรับเชื่อมต่อระบบเครือข่าย Ethernet แบบ 10/100/1000 Mbps ตามมาตรฐาน IEEE 802.3 อย่างน้อย 1 พอร์ต พร้อมสาย UTP Cat5e หรือดีกว่า ที่ทำสำเร็จจากโรงงาน ความยาวไม่ต่ำกว่า 3 เมตร สำหรับเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัย
9.10. มีแผงวงจรควบคุมจอภาพ PCIex16 เวอร์ชั่น 3.0 หรือดีกว่าแยกจากแผงวงจรหลัก และมีหน่วยความจำสำหรับควบคุมการทำงานของจอภาพ (Graphic memory) ไม่น้อยกว่า 2 GB จำนวนไม่น้อยกว่า 2 หน่วย
9.11. มีจอภาพสีชนิด LCD หรือดีกว่า มี Contrast ไม่น้อยกว่า 600: 1 และมีขนาดไม่น้อยกว่า 20 นิ้ว ความละเอียดของจอภาพไม่น้อยกว่า 1920x1080 จำนวน 1 หน่วย
9.12. มีแผงวงจรสังเคราะห์เสียงและหูฟัง
9.13. มีแป้นพิมพ์แบบ USB จัดวางตัวอักษรตามมาตรฐานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษติดบนแป้นอย่างถาวรไม่น้อยกว่า 104 Keys เป็น Windows Compatible
9.14. มีเมาส์แสง (Optical Wheel Mouse) แบบ USB พร้อมแผ่นรอง
9.15. เครื่องคอมพิวเตอร์และจอภาพต้องเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อการค้าเดียวกันหรือได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อเครื่องหมายการค้า
9.16. มี Power supply ไม่ต่ำกว่า 750 วัตต์และได้รับมาตรฐาน 80 PLUS ใช้แรงดันกระแสสลับ 220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์แปลงไฟภายนอก
9.17. มีซอฟต์แวร์ที่เป็น Driver ของอุปกรณ์ต่างๆครอบคลุมกับรุ่นและระบบปฏิบัติการในรูปแบบของ CD หรือ DVD
9.18. ต้องได้รับมาตรฐาน FCC (หรือ CE) และ UL (หรือ ETL) โดยมีเอกสารหลักฐานมาแสดง
9.19. มีช่องล็อคกุญแจหลังเคสพร้อมทั้งกุญแจล็อค และสามารถจัดเก็บสายแป้นพิมพ์ เมาส์และสายจอภาพป้องกันการถอดสายเบื้องต้นได้
9.20. ต้องมีการรับประกันแบบ On-site Service เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี แบบ 24x7
10. เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับบริหารจัดการกล้องวงจรปิด
10.1. เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำงานเป็นเครื่องแม่ข่าย Server โดยเฉพาะ
10.2. มี BIOS แบบ UEFI ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการออกแบบให้ใช้กับเครื่องแม่ข่าย
10.3. มีหน่วยประมวลผลกลาง(Processor) ชนิด Intel Xeon Six-Core ซึ่งทำงานที่ความถี่สัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) ไม่น้อยกว่า 2.0 GHz หรือดีกว่า จำนวนไม่น้อยกว่า 2 หน่วย
10.4. หน่วยประมวลผลกลางมี Cache ขนาดไม่น้อยกว่า 15 MB หรือดีกว่า
10.5. มีหน่วยความจำแบบ DDR3 RDIMMs หรือดีกว่า โดยมีขนาดหน่วยความจำ ไม่น้อยกว่า 16 GB และสามารถรองรับการขยายรวมได้สูงสุดในภายหลัง ไม่น้อยกว่า 768 GB และสามารถรองรับการทำงานแบบ Memory Mirroring และ Memory Sparing หรือเทียบเท่าได้เป็นอย่างน้อย
10.6. มีหน่วยควบคุมในการจัดการ RAID แบบ SAS/SATA หรือดีกว่า สามารถทำ RAID 0, 1 ได้เป็นอย่างน้อย
10.7. มีหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Hard Disk) แบบ Hot-Swap/Hot-Plug SAS/SATA หรือดีกว่า ที่มีขนาด 2.5 นิ้วซึ่งมีขนาดความจุก่อนการ format ไม่น้อยกว่า 300 GB ที่มีความเร็วในการทำงานไม่น้อยกว่า 10,000 รอบต่อนาที (rpm) จำนวนไม่น้อยกว่า 2 หน่วย และสามารถรองรับการเพิ่มขยายในอนาคตรวมได้สูงสุดไม่น้อยกว่า 8 หน่วย
10.8. มีหน่วยควบคุมแสดงภาพ (Video Controller) ที่มีหน่วยความจำไม่น้อยกว่า 16 MB
10.9. มีส่วนเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย (Network Controller) แบบ Gigabit Ethernet หรือดีกว่า ที่ติดตั้งลงในแผงวงจรหลัก (Module) จำนวนไม่น้อยกว่า 4 พอร์ต หรือดีกว่า และ สามารถเพิ่มขยายส่วนเชื่อมต่อแบบ 10 Gb Ethernet จำนวนไม่น้อยกว่า 2 พอร์ต โดยยังคงมีช่องต่ออุปกรณ์เพิ่มขยาย (Expansion slots) แบบ PCIeจำนวนไม่น้อยกว่า 2 slots
10.10. ตัวเครื่องมีพอร์ตหรือช่องสัญญาณสำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก ดังต่อไปนี้
10.10.1. พอร์ตอนุกรม ( Serial port แบบ 9 pin ) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 port
10.10.2. มีพอร์ต USB (USB 2.0) ด้านหน้า จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ports
10.10.3. มีพอร์ต USB (USB 2.0) ด้านหลัง จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ports
10.10.4. มีพอร์ต USB แบบ Internal จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ports
10.11. ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่นำเสนอต้องสามารถรองรับเทคโนโลยี IPMI 2.0 และ TPM 1.2 ได้เป็นอย่างน้อย
10.12. มีหน่วยจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในเครื่อง (Power Supply) ขนาดไม่ต่ำกว่า 550 Watt. จำนวนไม่น้อยกว่า 2 หน่วย ที่มีคุณสมบัติทำงานทดแทนกันได้โดยอัตโนมัติ (Redundant) และสามารถถอดเปลี่ยนได้ทันทีแม้ไม่เกิดปัญหาใดๆ (Hot-swap)
10.13. มีระบบพัดลมระบายความร้อนภายในเครื่อง (Fan) ที่มีคุณสมบัติสามารถถอดเปลี่ยนได้ทันทีแม้ไม่เกิดปัญหาใดๆ (Hot-swap)
10.14. มีระบบ Light Path Diagnostics หรือเทียบเท่า เพื่อดูข้อผิดพลาดและวิเคราะห์อาการเสียของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
10.15. มีระบบการเตือนถึงความเป็นไปได้ในการชำรุดเสียหายของอุปกรณ์ล่วงหน้า (Predictive Failure Analysis หรือเทียบเท่า) สำหรับ Processor(s), Memory, Disk(s), Power Supply และพัดลมได้เป็นอย่างน้อย
10.16. ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Server ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย
10.17. เป็นคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ได้รับการออกแบบสำหรับติดตั้งกับตู้อุปกรณ์สื่อสารมาตรฐาน (19" Rack) โดยเฉพาะและมีขนาด 1U หรือดีกว่า พร้อมอุปกรณ์ Rack ในการติดตั้ง
10.18. เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่เสนอ ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน FCC และ UL เป็นอย่างน้อย
10.19. ต้องมีการรับประกันแบบ On-site Service เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี แบบ 24x7
10.20. ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในโซนยุโรป หรือ อเมริกา เท่านั้น
11. อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด (Storage)
11.1. สามารถรองรับการทำงานของโครงข่ายที่มีสถาปัตยกรรมแบบ SAN Storage Network ได้เป็นอย่างน้อย
11.2. รองรับ Interface แบบ iSCSI ได้เป็นอย่างน้อย โดยมีจำนวน Host Interface ที่เชื่อมต่อเป็นแบบ iSCSI 1 Gbps รวมอย่างน้อย 4 Ports และมี Host Interface ที่เชื่อมต่อเป็นแบบ iSCSI ที่ความเร็วไม่น้อยกว่า 10 Gbps จำนวนไม่น้อยกว่า 4 Ports
11.3. มี Controller จำนวน 2 ชุด ทำงานแบบ Fail Over หรือ Dual Active และรองรับการทำงานแบบ Mirrored Cache รองรับการทำ RAID 0, 5, 6 ได้เป็นอย่างน้อย
11.4. อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เสนอจะต้องรองรับการทำงานแบบ Automated Path Failover ระหว่างเครื่องแม่ข่าย และ Drive เก็บข้อมูล
11.5. มี Cache Memory ขนาดรวมไม่น้อยกว่า 4 GB และสามารถขยายได้สูงสุดไม่น้อยกว่า 8 GB ต่อ Controller
11.6. รองรับการติดตั้ง Hard Disk ขนาด 3.5 นิ้ว ในแต่ละ Tray จำนวนไม่น้อยกว่า 12 หน่วย หรือดีกว่า
11.7. มีหน่วยเก็บข้อมูลชนิด NL SAS ที่มีความเร็วไม่น้อยกว่า 6 Gbps และมีความเร็วรอบไม่น้อยกว่า 7,200 rpm โดยมีความจุของแต่ละหน่วยก่อน Format ไม่น้อยกว่า 4 TB หรือดีกว่า จำนวนไม่น้อยกว่า 48 หน่วย หรือดีกว่า
11.8. สามารถทำงานลักษณะ Thin Provisioning ได้
11.9. มีเครื่องมือสำหรับโอนย้ายข้อมูล (Migrate) มายังอุปกรณ์ที่นำเสนอได้
11.10. สามารถทำงานลักษณะ Flashcopy (snapshot) และ สามารถทำ Full copy (Clone) ได้
11.11. มีแหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) ที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 400 Watt จำนวนไม่น้อยกว่า 2 หน่วยพร้อมพัดลม (Fan) แบบ Redundant
11.12. มี Management Software ที่สามารถจัดการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล แบบ GUI หรือผ่าน Web base interface ได้เป็นอย่างน้อย
11.13. สามารถรองรับ Host แบบ Multi-Platform
11.14. ต้องมีการรับประกันแบบ 24x7 On-site Service เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี
11.15. ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในโซนยุโรป หรือ อเมริกา เท่านั้น
12. เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสำหรับตรวจสอบการทำงานของกล้องวงจรปิด
12.1. เป็น CPU Intel core i7 หรือเทียบเท่าหรือสูงกว่า หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) แบบไม่น้อยกว่า 4 แกนหลัก (4 core) หรือดีกว่า มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาไม่น้อยกว่า 2.2 GHz
12.2. มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิด DDR3 1333 MHz หรือดีกว่าไม่น้อยกว่า 4 GB
12.3. มีวงจรเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย ตามมาตรฐาน IEEE 802.11 b/g/n หรือดีกว่า
12.4. มีวงจรเชื่อมต่อเครือข่าย Ethernet ที่สามารถรับส่งข้อมูลที่ความเร็ว 10/100/1000 Mbps
12.5. สามารถเชื่อมต่อแบบ Bluetooth ได้
12.6. มีพอร์ตสื่อสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้
12.6.1. พอร์ต USB อย่างน้อย 3 พอร์ต
12.6.2. พอร์ต VGA จำนวน 1 พอร์ต
12.6.3. พอร์ต HDMI จำนวน 1 พอร์ต
12.7. มีกล้อง Web Camera ที่ติดมากับตัวเครื่อง ความละเอียดไม่ต่ำกว่า 1.3M หรือเทียบเท่า 720p
12.8. มีอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่สามารถอ่านและเขียน Card slot หรือ Card reader สื่อบันทึกข้อมูลภายนอกได้อย่างน้อย 4 ชนิด
12.9. มีไดร์ฟแบบ DVD ที่ติดตั้งภายในหรือภายนอก สามารถอ่านและบันทึกแผ่นซีดี ดีวีดี และรองรับ Double layer และ Dual format ความเร็วอย่างน้อย 8X
12.10. มีฮาร์ดดิสก์ชนิด SATA ความจุไม่น้อยกว่า 1TB
12.11. มีจอภาพแบบ LCD หรือ LED ความละเอียดแบบ XGA หรือ WXGA หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว และต้องเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้ค
12.12. มีแผงวงจรควบคุมจอภาพแบบแยกออกจากแผงวงจรหลัก และมีหน่วยความจำสำหรับควบคุมการทำงานของจอภาพ (Graphic memory) ไม่น้อยกว่า 2 GB
12.13. มีแบตเตอรี่แบบ LI-ION ขนาดไม่ต่ำกว่า 6 Cells
12.14. Adapter สามารถใช้ได้กับไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ได้
12.15. โปรแกรม Driver สำหรับควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ รองรับ Microsoft Windows 7 และ Microsoft Windows 8 ในรูปแผ่นซีดีหรือดีวีดี
12.16. ต้องได้รับมาตรฐาน FCC (หรือ CE) และ UL (หรือ ETL) โดยมีเอกสารหลักฐานมาแสดง
12.17. มีเมาส์ Optical พร้อมแผ่นรองเมาส์
12.18. มีกระเป๋าสำหรับใส่โน๊ตบุ้ค
13. ซอฟต์แวร์ควบคุมการบันทึกและแสดงภาพจากระบบกล้องวงจรปิด
13.1. เป็นซอฟแวร์สำหรับการบริหารจัดการระบบและระบบควบคุมการแสดงภาพของกล้องโทรทัศน์วงจรปิดพร้อมลิขสิทธิ์ในการใช้งานไม่น้อยกว่า 300 กล้อง
13.2. มหาวิทยาลัยต้องเป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์ในการใช้งานตามจำนวนที่จัดซื้อในโครงการ
13.3. รองรับการทำงานร่วมกับ กล้อง IP ชั้นนำยี่ห้อต่างๆ ได้ไม่น้อยกว่า 4 ยี่ห้อ อาทิเช่น ACTI, Arecont Vision, Axis, Basler, Bosch, Brickcom, Canon, CBC, Dlink, Honeywell, ioimage, ipx, lQinvision, Messoa, Panasonic, Pelco, Sony, Sanyo, Stardot, Vivotek เป็นต้น
13.4. รองรับการทำงานแบบ Multi-Server
13.5. สามารถใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Window หรือ Linux
13.6. รองรับมาตรฐาน ONVIF ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในอุตสาหกรรมระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย (IP CCTV System)
13.7. สามารถบริหารจัดการกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย (IP Camera) และชุดแปลงสัญญาณภาพ (Video Encoder) รวมกันได้ไม่น้อยกว่า 100 ช่องสัญญาณ (License covers 100 video channels) ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบริหารจัดการ 1 เครื่อง
13.8. รองรับการแสดงผลผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย ( Client Work Station) ได้ไม่น้อยกว่า 100 เครื่องต่อหนึ่งระบบ
13.9. สามารถเรียกดูภาพย้อนหลัง (Video Search ) ได้จากการค้นหาด้วยเวลา (Time) หรือหมายเลขกล้อง (Camera NO) หรือเหตุการณ์ (Events) หรืออุปกรณ์หลักในระบบ (Devices) ได้เป็นอย่างน้อย
13.10. ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย (IP CCTV System) ต้องรองรับการทำงานแบบ Digital Virtual Matrix ได้โดยผู้ใช้งานสามารถสลับสัญญาณภาพของกล้องใดๆ ในระบบ (Analog และ IP) ไปแสดงผลยังจอภาพใดๆ ที่ต้องการผ่านทาง CCTV IP Keyboard และ Client Workstation ได้ รวมทั้งรองรับการแสดงผลในลักษณะ Video Wall โดยแต่ละจอภาพสามารถเลือกแสดงผลได้อย่างอิสระ
13.11. รองรับการส่งผ่านสัญญาณภาพ (Video Streaming) ได้ทั้งอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ H.264, MPEG-4, MJPEG
13.12. สามารถแสดงแผนผัง (E-Map) ของระบบรักษาความปลอดภัยได้
13.13. แสดงตำแหน่ง (Location) และสัญญาลักษณ์ (Icon) ของอุปกรณ์ในระบบขณะเกิด Alarm เพื่อบอกสถานะของ Alarm
13.14. รองรับไฟล์แผนที่ชนิด GIF หรือ BMP หรือ JPEG หรือ DWF ได้
13.15. สามารถเรียกดูภาพ Live View ได้ทันทีผ่านทาง EMAP
13.16. สามารถทำงานผ่านการบีบอัดสัญญาณวีดีโอ แบบ H.264
13.17. รองรับการทำงานร่วมกับ IP Encoder
13.18. สามารถเชื่อมต่อ จอแสดงผลแบบ Multi-Monitor
13.19. สามารถกำหนดสิทธิ์การใช้งานระบบ (User Privilege) เช่น การดูภาพ Live View Playback, การ Export Data ขอ User แต่ละคน โดยกำหนดได้ถึงระดับการ Login ของ User นั้นๆ ได้
13.20. การ Login ของ User เข้าใช้งานระบบทุกครั้งต้องมีการบันทึกระบบ และสามารถตรวจสอบ (Audit) และเรียกดูรายงาน (Report) ได้ตลอดเวลา
13.21. สามารถ Playback แบบปกติและแบบย้อนหลัง (Backward Playback) ที่ความเร็ว 2X, 4X, 8X, 16X ต่างๆ กัน รวมถึงการ Playback ทีละภาพ (Frame by Frame) ได้เป็นอย่างน้อย
13.22. รองรับการใช้งานฟังก์ชั่นการวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะ (Intelligent Video Analytics)
13.23. สามารถค้นหาภาพดูภาพย้อนหลังได้รูปแบบ Thumbnail & Graphic Search Display Instant Replay ได้
13.24. ระบบสามารถดูภาพโดยการเชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ตได้โดยดูผ่าน Internet Explorer, Mozilla Firefox, Google Chrome ได้เป็นอย่างน้อย
13.25. ระบบสามารถดูภาพโดยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยดูผ่านมือถือระบบ IOS และ Android ได้
13.26. สามารถเชื่อมต่อ Client ได้ ผ่าน Client Software โดยสามารถใช้งานร่วมระบบปฏิบัติการ Window หรือ Linux หรือ MAC ได้
13.27. สามารถตั้งค่าทุกเครื่องบันทึก และกล้อง IP ในระบบเครือข่าย ผ่านทางหน้าจอโปรแกรมเดียวกัน เพื่อง่ายต่อการจัดการระบบ
13.28. Software Client ต้องเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกันกับ Software Serverและห้ามมิให้มีการนำมาพัฒนาหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการนำเสนอโครงการ
13.29. มีซอฟต์แวร์สำหรับนักพัฒนาระบบ Software Development Kit (SDK)
13.30. ซอฟต์แวร์ที่เสนอต้องมีทั้งในส่วนของ Server Software และ Client Software
13.31. เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากทวีปยุโรป หรืออเมริกาเท่านั้น
13.32. Server Software ต้องรองรับกล้องได้ไม่น้อยกว่า 40 กล้องต่อ 1 เครื่องแม่ข่าย
14. อุปกรณ์สลับสัญญาณจอภาพ แป้นพิมพ์และเมาส์ (KVM Switch)
14.1. เป็นอุปกรณ์สลับควบคุมการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ 8 เครื่อง ที่สามารถต่อเชื่อมพอร์ต USB ได้
14.2. ชุดควบคุม User Console ซึ่งประกอบด้วยจอภาพ LCD หรือ LED ขนาดไม่น้อยกว่า 19 นิ้วแป้นพิมพ์และเมาส์สามารถใช้งานได้ 1 ชุดควบคุม ติดตั้งใน Rack 19 นิ้ว
14.3. รองรับการต่อขยายกันได้ระหว่างอุปกรณ์เพื่อเพิ่มจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้
14.4. สามารถใช้งานได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ PC, Sun และ Mac
14.5. รองรับ Video Resolution ไม่ต่ำกว่า 1920x1440 Pixel
14.6. ใช้ On-Screen Display (OSD) เพื่อความสะดวกแก่ผู้ใช้ สามารถกำหนดตั้งชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ เลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะควบคุมแบบรายชื่อ
14.7. อุปกรณ์มีขนาด 1U
15. LED TV สำหรับมอนิเตอร์ระบบ
15.1. ระดับความละเอียด เป็นความละเอียดของจอภาพ (Resolution) 1920x1080 พิกเซล
15.2. จอภาพมีขนาดไม่น้อยกว่า 48 นิ้ว
15.3. แสดงภาพด้วยหลอดภาพแบบ LED Backlight
15.4. มีช่องต่อแบบ HDMI ไม่น้อยกว่า 2 ช่องสัญญาณ เพื่อการเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียง
15.5. มีช่องต่อ USB ไม่น้อยกว่า 1 ช่องสัญญาณรองรับไฟล์ ภาพ เพลง และภาพยนตร์
15.6. ช่องต่อ CP Input (VGA) รองรับการเชื่อมต่อเป็นหน้าจอ Monitor ได้
15.7. ช่องการเชื่อมต่อแบบ AV และ DVD Component
15.8. ระบบภาพซ้อนภาพ (PIP) 1 จูนเนอร์
15.9. ระบบปรับภาพอัตโนมัติ (Picture Sensor)
16. ตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 1 (Indoor)
16.1. มีความสูงไม่น้อยกว่า 9U ความลึกไม่น้อยกว่า 50เซนติเมตร และสามารถติดตั้งแบบยึดติดกับผนังภายในห้อง
16.2. มีฝาปิดด้านข้างที่สามารถถอดประกอบได้ พร้อมมีระบบล็อก
16.3. มีพัดลมระบายอากาศจำนวน 2 ตัว เป็นอย่างน้อย
16.4. มีรางไฟฟ้าที่มีเต้ารับไฟฟ้าสำหรับเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 6 ช่องเสียบ โดยมี Circuit Breaker คุมเต้ารับไฟฟ้านั้น จำนวน 1 ชุดเป็นอย่างน้อย เพื่อรองรับอุปกรณ์ที่จะติดตั้งในตู้
17. ตู้ Rack สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ชนิดที่ 2 (Outdoor)
17.1. ลักษณะตู้ Outdoor Enclosure ทำจาก aluminum 2 ชั้นแต่ละชั้นหนาไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร
17.2. เป็นตู้ Rack สามารถยึดอุปกรณ์ขนาดมาตรฐานหน้ากว้าง 19 ได้ มีขนาดไม่น้อยกว่า 15 U
17.3. มีขนาดด้านนอก(Outside)โดยประมาณไม่น้อยกว่า 700Wx550Dx900H mm. และไม่ใหญ่กว่า900Wx 570Dx1070H
17.4. สามารถระบายความร้อนออกจากตัวอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายใน Outdoor Enclosure ได้เป็นอย่างดี
17.5. สามารถควบคุมอุณหภูมิภายใน Outdoor Enclosure ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้งานภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ
17.6. มีพัดลมระบายอากาศอย่างน้อย 2 ตัว หรือมีระบบที่สามารถระบายความร้อนได้ในตัวเองที่ดีกว่า
17.7. สามารถป้องกันน้ำจากฝนตก,ฝนสาด และป้องกันฝุ่น ได้ตาม มาตรฐาน IP55
17.8. สามารถป้องกันมดและแมลงได้
17.9. เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบให้ง่ายต่อการติดตั้งทั้งภายนอกอาคาร ภายในอาคารและสามารถติดผนังได้ ตั้งพื้นได้ ติดเสาได้
17.10. มี Circuit Breaker สำหรับควบคุมการเปิด/ปิด ไฟฟ้าทั้งหมดใน Outdoor Enclosure
17.11. มีที่พักสาย Optic Cable tray and LC adapter plate for 12 cores (ODF) ติดตั้งในตู้ Outdoor Enclosure
17.12. มีจุดเชื่อมต่อกราวด์อุปกรณ์และ Enclosure
17.13. มีกุญแจสำหรับเปิดปิดตู้ที่มีความแข็งแรงทนทาน
17.14. มีประตูสามารถ เปิด/ปิด อย่างน้อยด้านหน้า และ ด้านข้าง
18. คุณสมบัติสายทองแดงตีเกลียว (UTP Cable)
18.1. เป็นเป็นสายทองแดงแบบตีเกลียว UTP ENHANCED CATEGORY 5 ชนิด 4 คู่สาย สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร มีตัวนำเป็นทองแดงขนาด 24 AWG เป็นสายนำสัญญาณที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน TIA/EIA 568B.2, ISO/IEC 11801 CLASS D
18.2. มีเปลือก (JACKET) เป็นแบบ PE (POLYETHYLENE) ทำให้สามารถทนต่อรังสี UV ได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการใช้งานนอกอาคาร โดยเฉพาะการติดตั้งแบบแขวนเสา เนื่องจากสายมีโครงสร้างของ Messenger Wire ที่ช่วยรองรับแรงดึง และได้รับมาตรฐานความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม RoHS COMPLIANT (LEAD FREE) เพื่อความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ติดตั้งใช้งาน
18.3. รองรับการใช้งาน GIGABIT ETHERNET, 155 Mbps ATM, TP-PMD, ISDN, BASEBAND, BROADBAND, VoIP เป็นอย่างน้อย
18.4. มีคุณสมบัติทางไฟฟ้าดังต่อไปนี้
18.4.1. มีค่า NEXT ไม่น้อยกว่า 35.3 dB (TYPICAL) ที่ความถี่ 100 MHz
18.4.2. มีค่า ATTENUATION ไม่เกิน 22 dB (MAXIMUM) ที่ความถี่ 100 MHz
18.4.3. มีค่า PSNEXT ไม่น้อยกว่า 32.3 dB (TYPICAL) ที่ความถี่ 100 MHz
18.4.4. มีค่า RETURN LOSS ไม่น้อยกว่า 20.1 dB (TYPICAL) ที่ความถี่ 100 MHz
18.4.5. มีค่า ACR ไม่น้อยกว่า 13.3 dB (TYPICAL) ที่ความถี่ 100 MHz
18.4.6. มีค่า DELAY SKEW ไม่เกิน 45 ns (MAXIMUM)
18.4.7. มีค่า CONDUCTOR RESISTANCE ไม่เกิน 9.38 Ohm /100m (Maximum)
18.5. สามารถเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิระหว่าง -20 ถึง +60 องศาเซลเซียส และ สามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิระหว่าง -20 ถึง +60 องศาเซลเซียส
18.6. ทนแรงดึง Tensile strength ได้ 2400 psi
19. เต้ารับสายสัญญาณตัวเมีย (RJ45 Modular jack Cat5e)
19.1. เป็น Modular Jack Enhanced Cat5 (Cat5e) ที่ผ่านเงื่อนไขข้อกำหนดตามมาตรฐาน TIA/EIA-568-B.2 หรือสูงกว่า สามารถรองรับการใช้งานถึงระดับ Gigabit Ethernet (1000BASE-T) เป็นอย่างน้อย
19.2. เป็น Modular Jack Enhanced Cat5 (Cat5e) Slim Line (SL Series) ชนิดเข้าสายด้านหลังแบบ 110 Connect Block บน Print Circuit Board แผงด้านหน้าเป็นแบบ RJ 45 Modular Jack มี Bend Limited Strain Relief หรือ Cover Cap สำหรับ Lock สายและช่วยป้องกัน การโค้งงอของสายใกล้จุด Terminate
19.3. ด้านหลังของ Modular Jack มี Code สีเพื่อบอกสัญลักษณ์การเข้าสายสัญญาณทั้งแบบ T568A และ T568B และสามารถเข้าสายด้านหลังได้ทั้งแนว 180 องศา และ 90 องศา เพื่อสะดวกในการติดตั้ง
19.4. การเข้าสายด้านหลังแบบ 110 Connect Block สามารถใช้งานกับสายได้ทั้งชนิด Solid และ Stranded และมีระยะห่างระหว่างคู่สายบริเวณจุด Terminate เพื่อลดสัญญาณรบกวนระหว่างคู่สาย (Cross Talk) และสามารถติดตั้งใช้งานได้ทั้งส่วน Outlet และ Patch Panel ได้โดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์เพิ่มเติม
20. คุณสมบัติสายเชื่อมต่อ (Cat5e)
20.1. มีคุณสมบัติเป็นสายเชื่อมต่อ UTP Patch Cable Assemblies Enhanced Cat 5 (Cat5e Patch Cord) ประกอบด้วยสาย UTP แบบ Stranded Wire ขนาด 24 AWG 7/32 จำนวน 4 คู่สาย
20.2. ปลายทั้งสองด้านเป็นหัวต่อแบบ RJ45 Modular Plug
20.3. เป็นสายสำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิต มี Boot สำหรับกันสายเสียหาย
21. คุณสมบัติหน้ากากสำหรับเต้ารับ (Faceplate KIT)
21.1. เป็นหน้ากากที่สามารถติดตั้งใช้งานกับการเข้าสายด้านหลังแบบ 110 Connect Jack ได้
21.2. เป็นหน้ากากที่ผลิตจากวัสดุชนิด ABS และผ่านเงื่อนไขข้อกำหนด RoHS COMPLIANT เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานและผู้ติดตั้ง
21.3. มีรหัสโค้ดสี (Color Code) หรือ Icon รูปคอมพิวเตอร์ เพื่อบอกการใช้งานอย่างชัดเจน และมี Blank Icon ให้เลือกใช้งานพร้อมแผ่น Label เพื่อง่ายต่อการจัดทำ Labeling
21.4. หน้ากากมีจำนวนช่องสำหรับใช้งาน 1 หรือ 2 ช่องต่อหนึ่งหน้ากาก สามารถติดตั้ง Modular Jack
22. คุณสมบัติอุปกรณ์กระจายสายสัญญาณ (Cat5e Patch Panel)
22.1. เป็นอุปกรณ์กระจายสายสัญญาณ Enhanced Cat 5 (Cat5e Patch Panel) ชนิดเข้าสายด้านหลังแบบ 110 Connect Block แผงด้านหน้าเป็นแบบ RJ45 Modular Jack มี Bend Limited Strain Relief สำหรับ Lock สายและช่วยป้องกันการโค้งงอของสายใกล้จุด Terminate มีจำนวน Port ใช้งาน 24 PORTS
22.2. อุปกรณ์กระจายสายสัญญาณ ประกอบไปด้วยชุดของ Module จำนวน 4 Module แต่ละ Module ประกอบด้วย Modular Jack SL Series Cat5e จำนวน 6 ตัว โดยสามารถถอดประกอบเข้ากับชุดของ Module ได้ทีละ 1 ตัว หรือเป็นแบบ Unload 24 ช่อง ที่สามารถเปลี่ยน Modular Jack ได้อิสระ และเป็น Modular Jack SL Series หรือเป็นแบบผอม (Slim) ที่สามารถใช้งานสำหรับ Outlet ได้ มี Color Code เพื่อบอกสัญลักษณ์การเข้าสายสัญญาณทั้งแบบ T568A และ T568B
22.3. การเข้าสายด้านหลังแบบ 110 Connect Block ด้านหลังสามารถรองรับการใช้งานสายได้ทั้งแบบ Solid และ Stranded Cable โดยมีระยะห่างระหว่างคู่สายบริเวณจุด Terminate เพื่อลดสัญญาณรบกวนระหว่างคู่สาย
22.4. Modular Jack Cat5e ที่ติดตั้งใช้งานกับ Patch PANEL ต้องผ่านเงื่อนไขข้อกำหนดตามมาตรฐาน TIA/EIA-568-B.2 และ ISO/IEC 11801 เป็นอย่างน้อย
23. Storage Switch สำหรับเครื่องแม่ข่ายและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด
23.1. เป็นอุปกรณ์กิกะบิตอีเทอร์เน็ตสวิตช์ ที่รองรับการจัดการในระดับ Layer 2
23.2. มีพอร์ตชนิด 100/1000 จำนวนไม่น้อยกว่า 24 พอร์ต และรองรับ 10G จำนวนไม่น้อยกว่า 4 พอร์ต
23.3. มีพอร์ตชนิด RJ-45 หรือ RS-232 สำหรับบริหารจัดการ Management
23.4. มี Switching Capability ไม่น้อยกว่า 128 Gbps และ Forwarding rate ไม่น้อยกว่า 95 Mbps
23.5. สามารถรองรับมาตรฐานดังต่อไปนี้
23.5.1. IEEE 802.3u 100BASE-TX Ethernet
23.5.2. IEEE 802.3ab 1000BASE-T Ethernet
23.5.3. IEEE 802.3z 1000BASE-X
23.5.4. IEEE 802.3aq 10GBASE-X
23.5.5. IEEE 802.3az EEE
23.5.6. IEEE 802.3ah OAM
23.5.7. IEEE 802.1ag CFM
23.5.8. IEEE 802.1AB LLDP/LLDP-MED
23.5.9. IEEE 802.1s Multiple Spanning Tree Protocol (MSTP)
23.6. สามารถรองรับระบบความปลอดภัยได้อย่างน้อยดังนี้
23.6.1. Port security, MAC authentication
23.6.2. DHCP snooping, Port isolation, IP source guard
23.6.3. ARP inspection, ARP freeze, Static ARP
23.7. สามารถรองรับการทำ DHCP Client
23.8. สามารถรองรับการทำ Multicast แบบ IGMP snooping v1, v2, v3
23.9. สามารถรองรับการทำงานในรูปแบบ IPv6 ได้
23.10. สามารถรองรับการให้บริการ VLAN ได้
23.11. สามารถรองรับการทำ Storm Control แบบ Broadcast, Multicast และ unknown unicast (DLF) ได้
23.12. สามารถรองรับการบริหารจัดการผ่านทาง Web interface, Telnet, SSH v1/v2 ได้
23.13. สามารถรองรับการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงอุปกรณ์ (Login) ผ่าน TACACS+ และ RADIUS ได้
23.14. สามารถรองรับการ Monitor อุปกรณ์ผ่าน SNMP V1, V2, V3, sFlow และ RMON ได้
23.15. สามารถรองรับ Power Supply แบบ redundant และสามารถทำงานแบบ Hot-swappable ได้
23.16. สามารถรองรับการทำงานที่อุณหภูมิ 0 -40 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ที่ 10-95%
ข้อกำหนดที่ 5 การดำเนินงานและการส่งมอบงาน
1. การเข้าดำเนินการ (ให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด)
1.1. ผู้รับจ้างจะต้องขออนุมัติแบบการติดตั้งพร้อมวัสดุที่ใช้ต่อกรรมการผู้ควบคุมงานของมหาวิทยาลัยก่อนการปฏิบัติงาน
1.2. ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างที่มีฝีมือและประสบการณ์ ด้านการเดินสายระบบเครือข่ายและจัดให้มีผู้ควบคุมงานที่มีประสบการณ์ในการทำงานในลักษณะเดียวกับงานนี้ เข้าปฏิบัติงานครั้งนี้
1.3. ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานการปฏิบัติงานประจำวันต่อกรรมการผู้ควบคุมงานของมหาวิทยาลัยทุกสัปดาห์
1.4. กรณีที่จำเป็นต้องเข้าดำเนินการในวันหยุดราชการ ให้ทำเรื่องขออนุญาตต่อมหาวิทยาลัยและประสานงานกรรมการควบคุมงานของมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 15 วัน ก่อนเข้าดำเนินการ
1.5. เจ้าหน้าที่ ที่จะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่จะต้อง มี ป้าย ที่แสดงสังกัด ชื่อให้ชัดเจนระหว่างปฏิบัติงานทุกครั้ง และห้ามสูบบุหรี่ระหว่างปฏิบัติงาน
1.6. หากในระหว่างปฏิบัติงาน มีขยะหรือเศษชิ้นส่วนอุปกรณ์ให้เก็บกวาดให้เรียบร้อย
1.7. ทดสอบการใช้งานให้สามารถใช้งานได้ทุกจุด พร้อมทำรายงานนำเสนอคณะกรรมการ
2. การส่งมอบงาน
2.1. ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งและส่งมอบงานให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน
2.2. โครงการนี้เป็นการจัดซื้ออุปกรณ์ พร้อมดำเนินการติดตั้งในลักษณะของการเหมารวม (Turnkey Basis) โดยผู้เสนอราคาจะต้องทำการส่งมอบ พร้อมติดตั้ง Configuration และจัดทำเอกสารส่งมอบงานให้เสร็จสิ้นทั้งหมด โดยไม่สามารถคิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยได้อีก
2.3. รายละเอียดนี้เป็นข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสุด คณะกรรมการจะพิจารณารายละเอียดที่เทียบเท่าหรือดีกว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ
2.4. ผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือการใช้งาน พร้อมจัดอบรมเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยให้สามารถปรับเปลี่ยนค่า Configuration และดูแลรักษาระบบได้ จนกว่าจะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.5. ผู้รับจ้างจะต้องทำหน้าที่ในการติดตั้งอุปกรณ์ในโครงการ พร้อมทั้งจัดหาวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ เพิ่มเติมสำหรับการติดตั้งให้เพียงพอต่อการใช้งาน
2.6. ผู้รับจ้างจะต้องทำการทดสอบอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด 100% ก่อนดำเนินการส่งมอบงาน
2.7. ผู้รับจ้างจะต้องจัดเก็บสายพร้อมติดตั้งอุปกรณ์พักสายสัญญาณให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบเครือข่าย
2.8. ในการตรวจรับผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ให้เสร็จสิ้นก่อนการส่งมอบงานประกอบด้วย
2.8.1.แสดงผังแบบการติดตั้งอุปกรณ์ในตู้ Rack
2.8.2.ภาพถ่ายแสดงตำแหน่งที่ติดตั้ง พร้อมแสดง Serial No.
2.8.3.สำเนา Configuration อุปกรณ์ที่ติดตั้ง
2.8.4.ผลการทดสอบสายสายทองแดงตีเกลียว UTP และของสายใยแก้วนำแสง
2.8.4.1. ในส่วนของสายทองแดงตีเกลียว UTP ผู้รับจ้างจะต้องทดสอบจากอุปกรณ์ Scanner Test และพิมพ์ผลการทดสอบมาจากอุปกรณ์ดังกล่าว ดังนี้เป็นอย่างน้อย
2.8.4.1.1. ความยาวของสาย (Length)
2.8.4.1.2. ค่า Loss ของสายสัญญาณ ในรูปแบบของการลดทอนของสาย (Attenuation)
2.8.4.1.3. ค่า NEXT ของสาย
2.8.4.1.4. ค่า ACR ของสาย
2.8.4.2. ในส่วนของสายใยแก้วนำแสง ผู้รับจ้างจะต้องทดสอบจากอุปกรณ์ Scanner Test และพิมพ์ผลการทดสอบมาจากอุปกรณ์ดังกล่าว ดังนี้เป็นอย่างน้อย
2.8.4.2.1. ความยาวของสาย (Length)
2.8.4.2.2. ค่า Loss ของสายสัญญาณ ในรูปแบบของการลดทอนของสาย (Attenuation)
2.8.5.เอกสารร่างสัญญาการรับประกัน พร้อมระบุรายละเอียดการรับประกันที่สมบูรณ์เพื่อการลงนามตรวจรับ
2.8.6.ผู้รับจ้างจะต้องทำการประทับตรา พร้อมลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจในเอกสารส่งมอบ ต้นฉบับทุกหน้า ก่อนดำเนินการตรวจรับ
2.8.7.คู่มือการใช้งานระบบ
2.8.8.คู่มือการใช้งานอุปกรณ์ทุกชนิด
2.8.9.รายการครุภัณฑ์ตามรูปแบบและรายการที่มหาวิทยาลัยกำหนด
2.8.10. ผู้เสนอราคาจะต้องจัดทำเอกสารทั้งหมดเป็นแฟ้มข้อมูลที่ตรงกับต้นฉบับที่เป็นปัจจุบัน ในรูปของ CD-ROM จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ชุด
2.9. หากในระหว่างการตรวจรับ ทางมหาวิทยาลัยตรวจพบว่ามีการติดตั้งไม่เป็นไปตามเอกสารแบบหรือไม่ตรงกับข้อกำหนดในเอกสารกำหนดคุณลักษณะ บริษัทจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องก่อน
2.10. หากในการตรวจรับปรากฏว่าการติดตั้งอุปกรณ์มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยต่อบุคคล ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการ เปลี่ยนแปลง ซ่อมแซม หรือแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และนำมาเป็นเงื่อนไขในการส่งงานล่าช้ามิได้
2.11. หากในการตรวจรับ พบว่าอุปกรณ์ที่นำเสนอในโครงการ ไม่เป็นตามข้อกำหนดในเอกสารกำหนดคุณลักษณะ หรือด้อยกว่า ผู้รับจ้างจะต้องทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวทั้งหมด เป็นอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะเทียบเท่าหรือดีกว่า ที่กำหนดไว้ในเอกสารกำหนดคุณลักษณะ โดยมหาวิทยาลัยไม่ยินยอมให้นำมาเป็นสาเหตุในการขยายระยะเวลางวดงาน หรือยกเว้นค่าปรับ
2.12. หากอุปกรณ์ไม่สามารถทำตามเอกสารกำหนดคุณลักษณะได้ อันเนื่องมาจากการ Upgrade Firmware ให้ผู้เสนอราคาดำเนินการปรับปรุง Firmware ให้ทันสมัยก่อนดำเนินการส่งมอบงาน
2.13. ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขวัสดุที่ส่งมอบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำเอกสารแจ้งประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยจะต้องมีเอกสารเปรียบเทียบคุณลักษณะ และเหตุผลการเปลี่ยนแปลงแก้ไขวัสดุดังกล่าว โดยมหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงแก้ไขวัสดุ และอุปกรณ์ที่ส่งมอบ ตามที่มหาวิทยาลัยเห็นสมควร
2.14. หากปรากฏว่างานติดตั้ง รวมทั้งวัสดุ และอุปกรณ์ตามที่ระบุในสัญญา ที่ติดตั้งไปแล้ว หรือกำลังดำเนินการติดตั้ง แต่ยังไม่ได้ถูกรับมอบเกิดประสบอุบัติเหตุ อุบัติภัย ภัยธรรมชาติ ถูกรื้อถอน ชำรุด สูญหาย หรือมีอันตรายจากสภาพแวดล้อมที่ทำการติดตั้ง โดยทางมหาวิทยาลัยยังมิได้รับมอบ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดหาวัสดุ และอุปกรณ์ใหม่มาติดตั้งให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะสามารถทำการส่งมอบงานและตรวจรับได้
2.15. ผู้รับจ้างจะต้องทำการติดตั้งวัสดุและอุปกรณ์ในโครงการทั้งหมดให้เสร็จสิ้น และจัดทำเอกสารส่งมอบงานให้เสร็จสิ้นก่อนวันครบในสัญญา
2.16. ผู้เสนอราคาต้องทำรหัสครุภัณฑ์พร้อมติดตั้ง บนอุปกรณ์โดยมีรายละเอียดดังนี้
2.16.1. ชื่อหน่วยงาน
2.16.2. วัน เดือน ปี ที่ส่งมอบงาน
2.16.3. รหัส SAP (ถ้ามี)
2.16.4. เลขที่สัญญา
2.16.5. ระยะเวลาเริ่มประกัน
2.16.6. ระยะเวลาสิ้นสุดประกัน
2.16.7. ผู้ขาย/ผู้จำหน่าย
2.16.8. หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
2.16.9. Void รับประกันระบุ วัน เดือน ปี ที่หมดประกัน
2.16.10. หมายเลขครุภัณฑ์
2.17. ผู้รับจ้างจะต้องได้รับเอกสารรับรองคุณภาพงานติดตั้งระบบสายสัญญาณ จากบริษัทตัวแทนจำหน่ายผู้ผลิต หรือบริษัทผู้จัดจำหน่าย ว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแท้และติดตั้งได้มาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้
ข้อกำหนดที่ 6 ข้อกำหนดการรับประกัน
1. การรับประกันเริ่มมีผลตั้งแต่เริ่มมีการตรวจรับงาน ไปตามระยะเวลาที่พัสดุกำหนด โดยวัสดุบางอย่างจะสิ้นสุดระยะเวลาการรับประกันตามที่ระบุไว้ในเอกสารกำหนดคุณลักษณะฉบับนี้
2. ผู้ขายจะต้องทำการติดตั้ง Void ระบุวันที่หมดประกัน บนวัสดุและอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ส่งมอบให้เสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ส่งของถึงมหาวิทยาลัย
3. การรับประกันเหมารวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินการ การเดินทาง การขนส่ง การตรวจสอบ การแก้ไข จนกว่าวัสดุและอุปกรณ์นั้นจะสามารถใช้งานได้ดังเดิม
4. ผู้ขายจะต้องจัดทำข้อยกเว้นในการรับประกันต่างๆ ให้เรียบร้อยตั้งแต่ขั้นตอนของการเสนอราคา มหาวิทยาลัย ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับข้อยกเว้นการรับประกันที่ผู้ขายมาแจ้งให้ทราบภายหลังจากวันที่ยื่นซองเสนอราคาด้านเทคนิค
5. หากพบว่าผู้ขายยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไข ข้อบกพร่องต่างๆ หรือไม่ดำเนินต่างเงื่อนไขการรับประกันให้เสร็จเรียบร้อยก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการรับประกัน มหาวิทยาลัย ขอสงวนสิทธิ์ในการขยายเวลาในการคืนหลักทรัพย์ค้ำประกันออกไป
6. การคืนหลักทรัพย์ค้ำประกันตามสัญญา เมื่อหมดระยะเวลาการรับประกัน ผู้ขายต้องดำเนินแก้ไขสิ่งที่ชำรุดหรือบกพร่อง ทั้งระบบเครือข่าย และอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการติดตั้งให้เสร็จสิ้นตามสัญญาจ้าง
7. ข้อกำหนดการรับประกันอุปกรณ์ (Corrective Maintenance - CM)
7.1. “การรับประกันอุปกรณ์” หรือ “Corrective Maintenance” หมายถึง การใช้บริการแก้ไขปัญหาแบบเร่งด่วน โดยจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ระบบงานกลับสู่สภาพการทำงานปกติ
7.2. ผู้ขายต้องรับประกันวัสดุ อุปกรณ์ที่จัดจำหน่าย งานติดตั้งใหม่ รวมถึงอุปกรณ์เดิมที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม ดัดแปลงเพื่อใช้ในโครงการ เป็นตามที่ระบุในเอกสารประกาศของพัสดุ เว้นแต่มีการกำหนดไว้ในเอกสารกำหนดคุณลักษณะฉบับนี้เป็นอย่างอื่น
7.3. ผู้ขายต้องระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่ออย่างน้อย 2 หมายเลข ที่ชัดเจนในการให้บริการทั้งในและนอกเวลาราชการ
7.4. ผู้ขายต้องติดตั้งเครื่องหมายแสดงการรับประกันซึ่งระบุชื่อบริษัทผู้รับประกันและระยะเวลาในการรับประกันไว้อย่างชัดเจน บนวัสดุและอุปกรณ์ทุกชิ้นที่กำหนดให้มีการรับประกัน ยกเว้นวัสดุสิ้นเปลือง
7.5. ผู้ขายจะต้องทำการติดตั้งเลขครุภัณฑ์ ตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้ บนที่อุปกรณ์ในโครงการนี้ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
7.6. ผู้ขายจะต้องดำเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่รับอุปกรณ์กลับจากมหาวิทยาลัย หากไม่สามารถจัดส่งคืนได้ จะต้องจัดหาอุปกรณ์สำรองที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่า มาให้มหาวิทยาลัยใช้งานก่อน ยกเว้นกรณีที่มีการกำหนดในคุณลักษณะไว้
7.7. ผู้ขายจะต้องจัดส่งเอกสารรายงานการซ่อมบำรุงครั้งสุดท้าย ให้กับมหาวิทยาลัย รับทราบภายใน 90 วันก่อนวันที่หมดสัญญารับประกัน
7.8. เมื่อได้รับแจ้งปัญหาผู้ขายต้องมาดำเนินการแก้ไขอุปกรณ์ที่รับประกัน ณ สถานที่ติดตั้งภายในระยะเวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมงนับตั้งแต่ได้รับแจ้ง และต้องดำเนินการแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมง โดยมีขอบเขตการใช้บริการตั้งแต่วันและเวลาราชการโดยไม่คิดค่าแรงและค่าอะไหล่ (8x5 Next Business Days)
7.9. การรับประกันรวมถึง การดำเนินการปรับปรุง แก้ไขงานติดตั้งที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อย หรือตรวจพบภายหลังการตรวจรับว่า งานติดตั้งยังไม่สมบูรณ์ รวมทั้งซ่อมแซมความเสียหาย ที่เกิดจากการติดตั้งในโครงการโดยความเสียหายดังกล่าวต้องเป็นผลจากการทำงานของผู้ขาย หรือช่วงของผู้ขาย
7.10. การรับประกันรวมถึงการให้บริการ การแก้ไขปัญหาในกรณีวิกฤติ (Critical) อย่างเร่งด่วน เป็นจำนวนอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปีโดยไม่คิดค่าแรงและค่าอะไหล่ (24x7) หากไม่มีการขอใช้บริการจำทำการสะสมจำนวนครั้งไว้ในปีถัดไป การรับประกันนี้จะสิ้นสุดพร้อมกับสัญญาการรับประกันโครงการ
7.11. ปัญหาในกรณีวิกฤติ คือความเสียหายอันมีผลกับอุปกรณ์ที่เสนอในโครงการ ทำให้ผู้รับบริการ (User) ส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้ หรือก่อให้เกิดความเสียหายในงานบริการของมหาวิทยาลัย
7.12. มหาวิทยาลัยฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ปัญหาเร่งด่วน และติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม โดยไม่ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการรับประกัน
7.13. ในการซ่อมแซมและแก้ไขปัญหา ผู้ขายผู้ดำเนินการจะต้องทำการเปลี่ยนอุปกรณ์สำรอง เพื่อให้ทางมหาวิทยาลัยฯ สามารถใช้งานระบบได้อย่างต่อเนื่องก่อน จึงจะดำเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหายต่อไป
7.14. ในการใช้บริการแต่ละครั้ง ผู้เสนอราคาต้องจัดทำเอกสารรายงานผลการบริการ (Service Report) ที่มีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
7.14.1. เป็นเอกสารที่มีตราของบริษัท และถือเป็นเอกสารสำคัญของบริษัทผู้ขาย
7.14.2. วันที่-เวลา ที่รับการแจ้งซ่อม เข้าซ่อม สิ้นสุดการบริการ
7.14.3. อ้างอิงถึงหมายเลขสัญญาในการบริการที่ชัดเจน
7.14.4. แสดงชื่อผู้แจ้ง ชื่อผู้ให้บริการ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และสถานที่ดำเนินการที่ชัดเจน
7.14.5. รายละเอียดการบริการที่สามารถเข้าใจได้ง่าย และสรุปสาเหตุของปัญหาให้ชัดเจน
7.14.6. กรณีเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ต้องระบุหมายเลขครุภัณฑ์ Serial No. ของอุปกรณ์ วันที่รับอุปกรณ์กลับ และรายการอะไหล่ที่เปลี่ยนแปลงให้ชัดเจนและสามารถติดตามได้
7.15. เมื่อบริการสิ้นสุดลง จะต้องนำส่งเอกสารฉบับสำเนาภายในวันทำการถัดไป โดยเอกสารจะต้องมีการลงนามรับทราบจากผู้บริหาร ในส่วนงานของบริษัทผู้ขาย
7.16. ภายในระยะเวลารับประกัน หากอุปกรณ์เสียหายจำเป็นต้องมีการส่งซ่อม ผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์สำรองให้ทางมหาวิทยาลัย ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่มีการส่งซ่อมอุปกรณ์ในโครงการ
8. ข้อกำหนดการรับประกันการติดตั้ง (Installation Warranty)
8.1. ผู้เสนอราคาต้องรับประกันการติดตั้ง หากเกิดการขัดข้องหรือเสียหาย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขให้อยู่ในสภาพดีโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าเนื่องจากวัสดุในการติดตั้ง วิธีการติดตั้ง การตั้งค่าอุปกรณ์ หรือความชำนาญในการติดตั้ง หรือด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม
8.2. ผู้เสนอราคาจะต้องดำเนินการแก้ไขตามการรับประกันการติดตั้ง กรณีเร่งด่วนจะต้องส่งวิศวกรผู้ชำนาญการเข้ามาดำเนินการแก้ไขภายใน 4 ชั่วโมงนับแต่ได้รับแจ้ง ตลอด 7 วัน จันทร์-อาทิตย์ และแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง (24x7) ในกรณีเร่งด่วน
8.3. การรับประกันการติดตั้งจะต้องครอบคลุมถึงวัสดุ และอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ดำเนินการติดตั้งใหม่ รวมถึงอุปกรณ์เก่าที่ทำการดัดแปลง แก้ไข เคลื่อนย้าย เช่น Cabinet Rack
8.4. หากพบว่าภายใน 90 วัน นับตั้งแต่ติดตั้ง อุปกรณ์ที่ติดตั้งมีการชำรุดเสียหายผู้ขายจะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ให้ทันที
9. ข้อกำหนดการบำรุงรักษาระบบ (Preventive Maintenance-PM)
9.1. ผู้ขายจะต้องบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ติดตั้งในโครงการ โดยจะต้องมีการบำรุงรักษาอย่างน้อยทุก 6 เดือน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี ยกเว้นในกรณีที่กำหนดในคุณลักษณะเป็นอย่างอื่น
9.2. ผู้ขายต้องทำความสะอาดและบำรุงรักษา Cabinet Rack และอุปกรณ์ที่ติดตั้งใหม่รวมถึงอุปกรณ์เก่าที่มีการย้ายจุดติดตั้ง หรือปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำมาใช้ในโครงการ
9.3. ก่อนเข้าทำการบำรุงรักษาระบบ บริษัทผู้ดำเนินการจะต้องทำจดหมายแจ้งขออนุญาตเข้าดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันทำการ และการดำเนินการควบคู่กับผู้ดูแลระบบของมหาวิทยาลัย
9.4. ผู้ขายต้องเสนอแผนการบำรุงรักษาระบบในโครงการ ที่ประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
9.4.1. ทำความสะอาดตู้ Cabinet Rack
9.4.2. ทำความสะอาด Fiber Patch Panel
9.4.3. ซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย
9.4.4. ซ่อมแซมป้ายรับประกันและหมายเลขครุภัณฑ์ที่ชำรุดเสียหาย
9.4.5. ซ่อมแซมฉนวนหุ้มสายสัญญาณหลัก ได้แก่ Uplink UTP
9.4.6. ทดสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์จ่ายไฟสำรอง
9.4.7. จัดเก็บสาย UTP ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
9.4.8. ซ่อมแซมป้ายสัญญาณสาย UTP
9.4.9. การย้ายจุดติดตั้งอุปกรณ์ในโครงการให้เหมาะสมกับการใช้งานในรัศมีไม่เกิน 10 เมตร
9.4.10. ซ่อมแซมแก้ไขระบบท่อ และระบบรางวายเวร์ต่างๆ ที่เป็นสนิม
9.4.11. ปิดฝาราง PVC ที่หลุดล่อนจากผนังที่ติดตั้งไว้
9.4.12. ซ่อมแซมสายสัญญาณในโครงการที่ผู้ขายติดตั้ง
9.4.13. ซ่อมแซมสายสัญญาณที่ติดตั้งไว้แล้วยังไม่ได้ใช้งาน
9.4.14. ซ่อมแซมจุดติดตั้ง Outlet ที่หลุดหรือชำรุด
9.4.15. ซ่อมแซมฉนวน วัสดุ ซึ่งกันน้ำเข้าระบบท่อ หรือระบบรางวายเวร์
9.4.16. รายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติม (ถ้ามี)
9.4.17. อุปกรณ์อื่นๆ ในข้อกำหนดที่ 2
9.4.18. ทำความสะอาดกล้องและหน้าเลนส์
9.5. เมื่อทำการบำรุงรักษาระบบเครือข่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เสนอราคาจะต้องจัดทำเอกสารรายงานการซ่อมบำรุงให้มหาวิทยาลัยฯ รับทราบ ภายในวันทำการถัดไปโดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
9.5.1. สำเนาเอกสารแจ้งการเข้าบริการ
9.5.2. วันที่ เวลา สถานที่ ที่เข้าบริการจริง
9.5.3. ผลการซ่อมแซม แก้ไข การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์
9.5.4. รูปถ่ายแสดงอุปกรณ์ ณ สถานที่ติดตั้งจริง ก่อน-หลังการทำ
9.5.5. รายงานสรุปผลการซ่อมบำรุง และรับแจ้งปัญหาในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
9.5.6. ข้อเสนอแนะ ปัญหาและอุปสรรคที่พบในการดำเนินงาน