ประกาศรับสมัครทุนพัฒนาเครือข่ายวิจัยนานาชาติปีงบประมาณ 2557 / Aunouncument IRN Application 2014 (In Thai)

ประกาศสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
เรื่อง การรับสมัครทุนโครงการพัฒนาเครือข่ายวิจัยนานาชาติ
เพื่อสนองตามนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ
ประจำปีงบประมาณ 2557
หลักการและเหตุผล
เป็นที่ทราบกันดีว่า ผลงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงในทางวิชาการมักจะเป็นผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่เป็นที่ยอมรับและเป็นผลงานที่ได้รับการอ้างอิงสูงด้วย นอกจากนี้แล้ว ผลงานวิจัยที่มีลักษณะเป็นสห-สาขาวิชามักจะมีผลกระทบสูงในเชิงวิชาการและในการถูกนำไปใช้ประโยชน์ ดังนั้น ในการก่อให้เกิดผลงานวิจัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบสูงในลักษณะนี้ได้ การวิจัยจึงควรดำเนินการเป็นกลุ่มวิจัยหรือเป็นเครือข่ายวิจัยเพื่อให้เกิดการดำเนินการวิจัยร่วมกัน (Collaboration) ในลักษณะสหสาขาวิชา (Multidisciplinary)
ด้วยเหตุผลที่กล่าวข้างต้นและเพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินการวิจัยในลักษณะที่เป็นเครือข่าย ในปีงบประมาณ 2557 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงได้จัดให้มี “ทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาเครือข่ายวิจัยนานาชาติ (International Research Network: IRN) เพื่อสนองตามนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ” เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยและแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ ตลอดจนเป็นการช่วยสร้างมวลวิกฤต (critical mass) ของนักวิจัยในประเด็นหัวข้อของแต่ละเครือข่ายเพื่อให้ผลงานวิจัยมีผลกระทบสูง และก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างนักวิจัยทั้งระหว่างนักวิจัยในประเทศจากหลากหลายสาขา หลากหลายสถาบัน และระหว่างนักวิจัยไทยกับนักวิจัยในต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการวิจัยของประเทศตามนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติและช่วยแก้ปัญหาในเรื่องที่มีความสำคัญของประเทศได้
วัตถุประสงค์
หลักเกณฑ์การจัดสรรทุนวิจัย
1. ขอบเขตของงานวิจัยที่ให้การสนับสนุน
โปรแกรมวิจัยที่เครือข่ายวิจัยนานาชาติให้ความสำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามยุทธศาสตร์ประเทศในการสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน ได้แก่ โปรแกรมวิจัยแบบสหวิทยาการในสาขาตามยุทธศาสตร์ของ สกว. ในคลัสเตอร์วิจัยต่อไปนี้
1.1 คลัสเตอร์วิจัยด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ พื้นที่ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม (Water, Land, Forest and Environmental Management)
1.2 คลัสเตอร์วิจัยด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน (Logistics and Supply Chains)
1.3 คลัสเตอร์วิจัยด้านความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยของอาหาร (Food Security and Food Safety)
1.4 คลัสเตอร์วิจัยด้านพลังงานและพลังงานทางเลือก (Energy and Alternative Energy)
1.5 คลัสเตอร์วิจัยด้านสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชาการ (Health and Demographic Changes)
2. ประเภทการเสนอขอรับทุนสนับสนุน
2.1 ทุนสนับสนุนเครือข่ายวิจัยนานาชาติ ซึ่งมี 2 ประเภท ได้แก่
2.1.1 ทุนสนับสนุนเครือข่ายวิจัยนานาชาติเต็มรูปแบบ (Full IRN grant) สำหรับโปรแกรมวิจัยขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามความต้องการของเครือข่าย
2.1.1.1L-Full grant ให้การสนับสนุนทุนนักศึกษาระดับปริญญาเอก ทุนวิจัยสำหรับนักศึกษาปริญญาเอก ทุนนักวิจัยหลังปริญญาเอกเต็มเวลาพร้อมทุนวิจัยสำหรับเครือข่าย ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ลงนามในสัญญา เพื่อผลิตดุษฎีบัณฑิต 6 คน และนักวิจัยหลังปริญญาเอก 3 คนต่อเครือข่าย
2.1.1.2 M-Full grant ให้การสนับสนุนทุนนักศึกษาระดับปริญญาเอก ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ลงนามในสัญญา เพื่อผลิตดุษฎีบัณฑิต 6 คนต่อเครือข่าย
2.1.1.3S-Full grant ให้การสนับสนุนทุนนักศึกษาระดับปริญญาเอก และทุนนักวิจัยหลังปริญญาเอกเต็มเวลาพร้อมทุนวิจัยสำหรับเครือข่ายตลอดระยะเวลา 3 ปี เพื่อผลิตดุษฎีบัณฑิต 4 คน และนักวิจัยหลังปริญญาเอก 2 คนต่อเครือข่าย
2.1.2 ทุนสนับสนุนเครือข่ายวิจัยนานาชาติระดับนำร่อง (Pilot IRN grant) โดยให้การสนับสนุนทุนนักศึกษาระดับปริญญาเอก 2 ทุนต่อปีต่อเครือข่าย เพื่อพัฒนาเป็นเครือข่ายวิจัยนานาชาติเต็มรูปแบบต่อไป
2.2 ทุนจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติของเครือข่ายร่วมกับนักวิจัยต่างประเทศ ตามข้อตกลงที่ สกว. ได้ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานในต่างประเทศ ซึ่งจะมีการประกาศในแต่ละปี
2.3 ทุนทำวิจัยระยะสั้นในต่างประเทศของอาจารย์และนักวิจัยรุ่นใหม่ร่วมกับนักวิจัยต่างประเทศที่อยู่ในเครือข่าย ตามข้อตกลงที่ สกว. ได้ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานในต่างประเทศ ซึ่งจะมีการประกาศในแต่ละปี
2.4 ทุนจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในประเทศ เพื่อให้เกิดการหารือระหว่างอาจารย์และนักวิจัยในลักษณะสหสาขา และกระตุ้นให้เกิดเครือข่ายวิจัยในประเทศก่อนพัฒนาเป็นเครือข่ายวิจัยนานาชาติ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตลอดปี
3. ลักษณะโปรแกรมวิจัยที่เสนอขอรับทุนเครือข่ายวิจัยนานาชาติ
3.1เป็นโปรแกรมวิจัยที่ประกอบด้วยคณะผู้วิจัยจากสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัยในประเทศอย่างน้อย 3 หน่วยงาน ซึ่งมีหลักสูตรปริญญาเอกรองรับการทำงานวิจัยในรูปแบบของเครือข่ายวิจัยนานาชาติร่วมกับนักวิจัยต่างประเทศ โดยมีเกณฑ์หลักสูตรตามเอกสารแนบ 1 ทั้งนี้ หากหลักสูตรปริญญาเอกดังกล่าวเคยผ่านการอนุมัติของโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ของ สกว. แล้ว อนุโลมให้เป็นหลักสูตรที่ใช้รองรับการดำเนินงานของเครือข่ายวิจัยนานาชาติได้ทันที
3.2เป็นโครงการวิจัยที่ดำเนินการในประเทศไทย และมีการทบทวนองค์ความรู้และเอกสารที่มีการตีพิมพ์แล้วอย่างครบถ้วนและครอบคลุม เป็นการวิจัยเพื่อหาองค์ความรู้ใหม่อย่างแท้จริง ไม่เป็นการวิจัยซ้ำกับองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้ว หรือถ้าเป็นการวิจัยเพื่อยืนยันองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วก็ต้องเป็นการวิจัยที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง
3.3 มีการนิยามปัญหา และจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนและมีเหตุผลแสดงว่าการวิจัยองค์ความรู้ใหม่ของโครงการที่เสนอจะเป็นพื้นฐานต่อการพัฒนาประเทศ
3.4เป็นโครงการวิจัยที่ผ่านความเห็นชอบจากสถาบันต้นสังกัดของผู้เสนอขอรับทุน โดยสถาบันต้นสังกัดของผู้เสนอขอรับทุนจะต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่โครงการวิจัยที่ได้รับทุน
3.5ผลงานวิจัยที่ได้ต้องสามารถตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ โดยในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะต้องมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล ISI Web of Science (SCI) และมีค่า impact factor ที่มีการตรวจสอบต้นฉบับ (peer review) อย่างเข้มแข็ง และในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะต้องมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ ตามเอกสารแนบแนบ 2 ผลงานวิจัยต้องไม่ถือเป็นความลับ ยกเว้นในกรณีที่จะมีการยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตร ทั้งนี้การตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงานให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ผู้รับทุนสามารถนำไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในรูปแบบอื่นได้โดยขอให้ระบุแหล่งทุนสนับสนุนด้วยทุกครั้ง
4. คุณสมบัติของผู้เสนอขอรับทุนเครือข่ายวิจัยนานาชาติเต็มรูปแบบ (Full IRN Grant)
4.1 คุณสมบัติของนักวิจัยหลัก (Principal Investigator, PI) ที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่าย
4.1.1เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และทำงานประจำสังกัดอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยที่มีหลักสูตรปริญญาเอกรองรับการทำงานของเครือข่ายวิจัยนานาชาติที่ยื่นเสนอขอรับการสนับสนุน
4.1.2เป็นผู้ที่ทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และต้องมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2551-2556) โดยเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือชื่อท้ายหรือเป็น corresponding author (นักวิจัยผู้รับหน้าที่ติดต่อ) ไม่น้อยกว่า 5 เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเป็นผลงานในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล ISI Web of Science (SCI) และมีค่า impact factor และเป็นผู้ที่มี h-index ในฐานข้อมูล Scopus ไม่ต่ำกว่า 10 นับจากการจบการศึกษาระดับปริญญาเอก สำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะต้องเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ และต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยและไม่ใช่ผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์
4.1.3 ไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับคณบดีขึ้นไป
4.1.4 เป็นผู้ที่มีประวัติการรับทุนจาก สกว. ที่ดี
4.1.5 มีความสามารถในการเป็นผู้นำกลุ่มวิจัยและบริหารจัดการโปรแกรมวิจัย เพื่อให้เครือข่ายวิจัยสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
4.1.6 เป็นผู้มีประวัติการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักสำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา
4.2 คุณสมบัติของนักวิจัยร่วม (Associate Researcher) ในเครือข่ายที่จะสามารถรับนักศึกษาปริญญาเอก และ/หรือ ทุนวิจัยของเครือข่าย
4.2.1 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และทำงานประจำสังกัดอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานในประเทศไทย
4.2.2เป็นผู้ที่ทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และต้องมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2551-2556) โดยเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือชื่อท้ายหรือเป็น corresponding author (นักวิจัยผู้รับหน้าที่ติดต่อ) ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเป็นผลงานในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล ISI Web of Science (SCI) และมีค่า impact factor สำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะต้องเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ และต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยและไม่ใช่ผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์
4.2.3 เป็นผู้ที่มีประวัติการรับทุนจาก สกว. ที่ดี
4.2.4 เป็นผู้มีประวัติการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักสำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา
4.3 คุณสมบัติของนักวิจัยร่วม (Associate Researcher) ในเครือข่าย กรณีที่ไม่ได้ขอสมัครรับทุนนักศึกษาปริญญาเอกจากเครือข่าย
4.3.1 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และทำงานประจำสังกัดอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานในประเทศไทย
4.3.2เป็นผู้ที่ทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และต้องมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ ในช่วง5 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2553-2556) โดยเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือชื่อท้ายหรือเป็น corresponding author (นักวิจัยผู้รับหน้าที่ติดต่อ) อย่างน้อย 1 เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเป็นผลงานในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล ISI Web of Science (SCI) และมีค่า impact factor สำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะต้องเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ และต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยและไม่ใช่ผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์
4.4คุณสมบัติของนักวิจัยร่วม (Associate Researcher) ในเครือข่าย กรณีของนักวิจัยหลังปริญญาเอก (Post-doc) ซึ่งจะพิจารณาเมื่อเครือข่ายวิจัยผ่านการอนุมัติแล้ว
4.4.1เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และทำงานเต็มเวลาให้แก่เครือข่ายวิจัยนานาชาติที่ยื่นเสนอขอรับทุนสนับสนุน โดยจบการศึกษาระดับปริญญาเอกไม่เกิน5 ปี
4.4.2เป็นผู้มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2553-2556) โดยเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือชื่อท้ายหรือเป็น corresponding author ทั้งนี้ ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเป็นผลงานในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล ISI Web of Science (SCI) และมีค่า impact factor สำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะต้องเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ
4.5ในช่วงเวลาที่รับทุน ทั้งนักวิจัยหลักและนักวิจัยร่วมในเครือข่าย ต้องไม่รับทุนทำวิจัยหลายโครงการในเวลาเดียวกัน และหากมีความจำเป็นต้องรับทุนจากแหล่งทุนอื่นเพิ่มเติม ต้องแสดงเหตุผลที่ชัดเจนว่าการรับทุนนั้นเป็นการเสริมเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยไม่มีความซ้ำซ้อนของโปรแกรมวิจัยและโครงการวิจัยย่อยในเครือข่ายวิจัยนานาชาติที่ยื่นขอรับการสนับสนุน ทั้งนี้หมวดงบประมาณจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน
5. คุณสมบัติของผู้เสนอขอรับทุนเครือข่ายวิจัยนานาชาติระดับนำร่อง (Pilot IRN Grant)
5.1 คุณสมบัติของนักวิจัยหลัก (Principal Investigator, PI) ที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่าย
5.1.1 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และทำงานประจำสังกัดอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานในประเทศไทย
5.1.2เป็นผู้ที่ทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และต้องมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2551-2556) โดยเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือชื่อท้ายหรือเป็น corresponding author (นักวิจัยผู้รับหน้าที่ติดต่อ) ไม่น้อยกว่า 5 เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเป็นผลงานในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล ISI Web of Science (SCI) และมีค่า impact factor และเป็นผู้ที่มี h-index ในฐานข้อมูล Scopus ไม่ต่ำกว่า 8 นับจากการจบการศึกษาระดับปริญญาเอก สำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะต้องเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ และต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยและไม่ใช่ผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์
5.1.3 ไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับคณบดีขึ้นไป
5.1.4 เป็นผู้ที่มีประวัติการรับทุนจาก สกว. ที่ดี
5.1.5 มีความสามารถในการเป็นผู้นำกลุ่มวิจัยและบริหารจัดการโปรแกรมวิจัย เพื่อให้เครือข่ายวิจัยสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
5.1.6 เป็นผู้มีประวัติการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักในระดับบัณฑิตศึกษา
5.2 คุณสมบัติของนักวิจัยร่วม (Associate researcher) ในเครือข่ายที่จะสามารถรับนักศึกษาปริญญาเอก และ/หรือ ทุนวิจัยของเครือข่าย
5.2.1 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และทำงานประจำสังกัดอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานในประเทศไทย
5.2.2ผู้สมัครและคณะผู้ร่วมวิจัยต้องเป็นผู้ที่ทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และต้องมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2553-2556) โดยเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือชื่อท้ายหรือเป็น corresponding author (นักวิจัยผู้รับหน้าที่ติดต่อ) ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเป็นผลงานในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล ISI Web of Science (SCI) และมีค่า impact factorสำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะต้องเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ และต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยและไม่ใช่ผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์
5.2.3 มีความสามารถในการบริหารจัดการงานวิจัย เพื่อให้เครือข่ายสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
5.2.4 เป็นผู้มีประวัติการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักในระดับบัณฑิตศึกษา
5.3 คุณสมบัติของนักวิจัยร่วม (Associate Researcher) ในเครือข่าย กรณีที่ไม่ได้ขอสมัครรับทุนนักศึกษาปริญญาเอก
5.3.1 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และทำงานประจำสังกัดอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานในประเทศไทย
5.3.2เป็นผู้ที่ทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และต้องมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ ในช่วง3 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2553-2556) โดยเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือชื่อท้ายหรือเป็น corresponding author (นักวิจัยผู้รับหน้าที่ติดต่อ) อย่างน้อย 1 เรื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเป็นผลงานในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล ISI Web of Science (SCI) และมีค่า impact factor สำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะต้องเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ สกว. ยอมรับ และต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยและไม่ใช่ผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์
5.4ในช่วงเวลาที่รับทุน ทั้งนักวิจัยหลักและนักวิจัยร่วมในเครือข่าย ต้องไม่รับทุนทำวิจัยหลายโครงการในเวลาเดียวกัน และหากมีความจำเป็นต้องรับทุนจากแหล่งทุนอื่นเพิ่มเติม ต้องแสดงเหตุผลที่ชัดเจนว่าการรับทุนนั้นเป็นการเสริมเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยไม่มีความซ้ำซ้อนของโปรแกรมวิจัยและโครงการวิจัยย่อยในเครือข่าย ทั้งนี้หมวดงบประมาณจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน
6. การประเมินข้อเสนอโปรแกรมวิจัยของเครือข่ายและกลไกในการติดตามประเมินผล
6.1การประเมินข้อเสนอโครงการวิจัยจากหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) และข้อเสนอโปรแกรมวิจัยเชิงหลักการ (Concept proposal of research program) ของเครือข่าย เพื่อขอรับการสนับสนุนการจัดสรรทุน เป็นการศึกษารายละเอียดข้อเสนอโปรแกรมวิจัยในเบื้องต้น เพื่อประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ทั้งในด้านวิชาการ งบประมาณ ผลผลิต ผลลัพธ์และผลกระทบ โดย "คณะกรรมการ" และใช้ "ผู้ตรวจสอบข้อเสนอ" (reviewer) ภายนอกร่วมด้วย
6.2หนังสือแสดงเจตจำนงและข้อเสนอโปรแกรมวิจัยเชิงหลักการที่ผ่านการประเมินในเบื้องต้น จะต้องส่งข้อเสนอโปรแกรมวิจัยฉบับเต็ม (Full proposal) และมาเสนอโปรแกรมวิจัยและแนวทางบริหารจัดการเครือข่ายแบบบรรยายต่อคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาการสนับสนุนโครงการ เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วถึงจะทำสัญญารับทุน รายละเอียดขั้นตอนการสมัครแสดงในเอกสารแนบ 3
อนึ่ง หากกลุ่มผู้เสนอโครงการเครือข่ายวิจัยนานาชาติมีความเห็นว่า ควรส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิท่านใดพิจารณา กรุณาระบุท้ายข้อเสนอโครงการด้วย พร้อมทั้งข้อมูลเท่าที่มีเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญของผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่านและความเกี่ยวพัน (ถ้ามี) กับนักวิจัยในโครงการ โดยเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 2-3 ท่าน คณะกรรมการอาจจะใช้ผู้ทรงคุณวุฒิที่ผู้เสนอโครงการแนะนำมาหรือไม่ก็ได้ ผลการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นประการใด ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ยื่นขอทุนจะอุทธรณ์มิได้
6.3 การติดตามและประเมินผลโครงการเครือข่ายวิจัยนานาชาติและโครงการย่อยที่ได้รับทุนแต่ละเครือข่ายเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าของการดำเนินงานกับเป้าหมายของแผนการดำเนินงาน รวมทั้งตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแต่ละโครงการวิจัยย่อยในแต่ละเครือข่าย โดยคณะกรรมการประเมินและผู้ทรงคุณวุฒิ มีการดำเนินการในรูปแบบต่อไปนี้
-นักวิจัยหลักที่เป็นผู้ประสานงานของเครือข่ายวิจัยนานาชาติ (PI) รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการวิจัยด้วยเอกสาร และนำเสนอผลงานแบบบรรยายตามระยะเวลาที่กำหนดร่วมกับนักวิจัยร่วมและนักศึกษาปริญญาเอกภายใต้เครือข่าย
- ตรวจเยี่ยมโครงการ เพื่อรับทราบสภาพการทำงาน ปัญหาอุปสรรค เพื่อให้ข้อแนะนำ และหามาตรการในการแก้ปัญหาได้ถูกต้องและทันเวลา
-จัดประชุมทางวิชาการเพื่อให้นักวิจัยในเครือข่ายและนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่ได้รับทุนสนับสนุนผ่านเครือข่าย นำเสนอผลงานแบบบรรยายเมื่อดำเนินงานไประยะหนึ่ง และมีผลงานก้าวหน้าพอสมควร
7. วงเงินทุนวิจัยและระยะเวลาดำเนินการวิจัย
7.1งบประมาณเครือข่ายวิจัยนานาชาติเต็มรูปแบบ เครือข่ายละไม่เกิน 10-17 ล้านบาท ในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ซึ่งขึ้นกับคณะกรรมการในการจัดสรรงบประมาณสำหรับแต่ละโครงการ โดยจะมีแบ่งจ่ายตามรายการที่ระบุไว้ในสัญญา แต่ละเครือข่ายสามารถรับทุนสนับสนุนได้ไม่เกินเครือข่ายละ 2 ครั้ง
7.2งบประมาณเครือข่ายวิจัยนานาชาติระดับนำร่อง เครือข่ายละไม่เกิน 4-5 ล้านบาท ในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ซึ่งขึ้นกับคณะกรรมการในการจัดสรรงบประมาณสำหรับแต่ละโครงการ โดยจะมีแบ่งจ่ายตามรายการที่ระบุไว้ในสัญญา แต่ละเครือข่ายสามารถรับทุนสนับสนุนได้ไม่เกินเครือข่ายละ 2 ครั้ง เพื่อให้พัฒนาเป็นเครือข่ายวิจัยนานาชาติเต็มรูปแบบต่อไป
8. การทำสัญญารับทุน
สัญญารับทุนเป็นการลงนาม 3 ฝ่าย คือ ผู้ให้ทุน (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) ผู้รับทุน (สถาบันต้นสังกัดของนักวิจัยหลักซึ่งเป็นผู้ประสานงานเครือข่าย) และนักวิจัยหลักผู้รับทุน
9. เงื่อนไขต่อสถาบันต้นสังกัด
9.1สถาบันต้นสังกัดของนักวิจัยหลักซึ่งเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายวิจัยนานาชาติสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่ายในรูปแบบของ infrastructure และ/หรือ ครุภัณฑ์ที่มีราคาสูงในการดำเนินการวิจัยขั้นก้าวหน้าของเครือข่าย และให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่โครงการวิจัยย่อยและนักศึกษาปริญญาเอกที่ได้รับทุน และจะไม่หักเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายทางอ้อมใดๆ ทั้งสิ้น
9.2 สถาบันต้นสังกัดของผู้เสนอขอรับทุนจากหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่สถาบันเจ้าสังกัดของนักวิจัยหลักให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่โครงการวิจัยย่อยและนักศึกษาปริญญาเอกที่ได้รับทุน และจะไม่หักเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายทางอ้อมใดๆ ทั้งสิ้น
10. การสมัครและกำหนดเวลาเสนอโครงการ
การสมัครขอให้สมัครผ่านทาง http://irn.trf.or.th เท่านั้น โดยกรอกข้อมูลและส่งเอกสารตามที่กำหนด
สำหรับข้อมูลประวัตินักวิจัยผู้เสนอรับทุน สกว. จะพิจารณาข้อมูลตามที่ได้บันทึกในเวบไซต์สมัครทุน
อนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการส่งข้อมูลของนักวิจัยจำนวนมากในช่วงปลายของวันกำหนดปิดรับสมัคร ซึ่งอาจจะทำให้ระบบติดขัดได้ จึงขอแนะนำให้ดำเนินการสมัครทุนก่อนถึงวันที่ปิดรับสมัคร ทั้งนี้ผู้สมัครสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลในระบบได้ภายใน 7 วันหลังจากวันสมัคร
-เปิดรับหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) และข้อเสนอโปรแกรมวิจัยเชิงหลักการ (Concept proposal of research program) ของเครือข่ายตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 หมดเขตรับข้อเสนอโปรแกรมวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557 โดยจะพิจารณาประเด็นวิจัยและคุณสมบัติของนักวิจัยในเครือข่ายว่าเป็นไปตามเกณฑ์ของเครือข่ายวิจัยนานาชาติและแจ้งผลให้ทราบภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
-ภายหลังหนังสือแสดงเจตจำนงและข้อเสนอโปรแกรมวิจัยเชิงหลักการผ่านการประเมินในเบื้องต้น ให้นักวิจัยหลักที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายยื่นข้อเสนอโปรแกรมวิจัยฉบับเต็ม (Full proposal) ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 หมดเขตรับข้อเสนอโปรแกรมวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557 โดยจะพิจารณาและแจ้งผลให้ทราบภายในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
(ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ)
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย